‘ดิษทัต’ ซีอีโอคนใหม่ OR เปิดวิชั่น ต่อยอดโตยั่งยืน พร้อมพันธมิตร

HoonSmart.com>>”ดิษทัต ปันยารชุน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ “ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก-OR” ประกาศพร้อมสานต่อวิสัยทัศน์ “เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโตร่วมกัน” ชูกลยุทธ์เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจเดิม พร้อมแสวงหาโอกาสจากธุรกิจใหม่-พันธมิตรใหม่ อาศัยแพลตฟอร์มดิจิทัล ใช้เครือข่ายที่กว้างขวางกลุ่มปตท.  “ติดปีก OR” ให้ทะยานไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน มีรายได้จากพันธมิตร 50% แผน 5 ปี ทุ่มลงทุนกว่า 1 แสนล้าน ปีนี้ใช้ 3 หมื่นล้าน เน้นธุรกิจ Lifestyles เป้าเบอร์ 1 EV รักษาตำแหน่งผู้นำธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน รายได้ปีนี้โตกว่าปีที่ผ่านมาชัวร์

นาย ดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เปิดตัวเป็นครั้งแรกต่อสื่อมวลชน พร้อมสานต่อ วิสัยทัศน์ “Empowering All toward Inclusive Growth” หรือ “เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโตร่วมกัน” และมุ่งผลักดัน OR ให้ทะยานไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมพันธมิตร ด้วยแนวคิด “RISE OR” หรือ ตีปีก โออาร์ โดยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเดิม พร้อมแสวงหาโอกาสจากธุรกิจใหม่ ที่มีการบริหารความเสี่ยง ตอบโจทย์เป้าหมาย “OR SDG” เพิ่มโอกาสที่จะเติบโตเคียงข้างชุมชน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าหมายการเป็นผู้นำในธุรกิจ EV และรักษาส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งของธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน

สำหรับแนวคิด “RISE OR” สะท้อนถึง บทบาทความเป็นผู้นำที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนองค์กร ไม่ว่าจะเป็น Result -การมุ่งสร้างผลลัพธ์ที่เป็น รูปธรรม, Intelligence- การตัดสินใจที่ฉลาดบนพื้นฐานของข้อมูลข่าวสารที่มีประสิทธิภาพ, Synergy-การผนึกกำลังของธุรกิจทั้งภายในและภายนอกกลุ่ม ปตท., Entrepreneurship-การทุ่มเทในบทบาทหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณของผู้ประกอบการ

ทั้งนี้จะให้ความสำคัญกับการลงมือทำที่ชัดเจนทั้ง 3 ด้านได้แก่ 1.Synchronization for Ecosystem หรือ การประสานธุรกิจพลังงานและไลฟ์สไตล์ให้เป็นหนึ่ง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศของ OR ผ่านการใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบของแต่ละธุรกิจ ในการเสริมความเข้มแข็งซึ่งกันและกัน  ให้สามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตแห่งอนาคต ทั้งด้าน offline และ online

2.Synergy for Impact หรือการผนึกกำลังของธุรกิจทั้งภายในและภายนอกกลุ่ม ปตท. เริ่มจากกลุ่มปตท.มี Value Chain ที่กว้างขวาง  และแพลตฟอร์มดิจิทัลของ OR เพื่อยกระดับผลกระทบเชิงบวกต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดแบบครบวงจร พร้อมเปิดประตูความร่วมมือสู่การเติบโตร่วมกัน 3.Sustainability for Future หรือ การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนผ่าน SDG ในแบบฉบับของ OR เพื่อตอบโจทย์เป้าหมาย OR 2030 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น S – SMALL โอกาสเพื่อคนตัวเล็ก ผ่านการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน รวมถึง D – DIVERSIFIED โอกาสเพื่อการเติบโตทุกรูปแบบ ผ่านศักยภาพของ OR ที่จะเป็นแพลตฟอร์มในการกระจายโอกาสทางธุรกิจที่หลากหลายและครอบคลุม พร้อมเติบโตไปด้วยกัน และ G – GREEN โอกาสเพื่อสังคมสะอาด ผ่านการส่งเสริม ธุรกิจทุกประเภทให้เป็นธุรกิจสีเขียว เพื่อสนับสนุนให้เกิดสังคมคาร์บอนต่ำ อย่างยั่งยืน และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 ตลอดจนมุ่งสู่การบรรลุการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) ภายในปี 2050

นอกจากนี้ยังได้เสริมแนวคิดเกี่ยวกับกลไกใหม่ในการบริหารงานเพื่อขับเคลื่อนองค์กรตามพันธกิจทั้ง 4 ด้าน (Seamless Mobility, All Lifestyles, Global Market และ OR Innovation) ได้แก่ 1.Ecosystem Design หรือ การออกแบบระบบนิเวศสำหรับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า 2. Professional Management หรือ การพัฒนาบุคลากรภายในควบคู่กับการสรรหาพันธมิตร ที่มีความเชี่ยวชาญจากภายนอก 3.Strategic Alliance หรือ การสร้างพันธมิตรเพื่อหาโอกาสขยายธุรกิจทั้งภายในและต่างประเทศ และ 4. Sustainability Criteria หรือการกำหนดหลักเกณฑ์ด้าน People & Planet ในการทำธุรกิจเพื่อ ความยั่งยืน

 

นายดิษทัตกล่าวว่า OR จะเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมๆกับพันธมิตร โดยให้ความสำคัญกับเรื่องซินเนอร์ยี่ และเรื่องสังคมสะอาด สัญญาว่าเวลาจะทำธุรกิจจะต้องดูแลสังคม และชุมชนรอบข้างอย่างน้อย 5 กิโลเมตร  เพื่อให้ OR เป็นที่รักอยู่คู่กับชุมชนและคนไทย  นอกจากนี้การโตอย่างยั่งยืน ในอนาคตจะมีรายได้จากพันธมิตรประมาณ 50% อย่างไรก็ตามการหาพันธมิตรจะต้องไม่สร้างความเสียหายกับบริษัท

“ผมจะใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในตลาดต่างประเทศ มองหาโอกาสจากธุรกิจใหม่ในตลาดสากล ตลาดโลกที่ไม่มีข้อจำกัดการเติบโต   พร้อมกับดูแลความเข้มแข็งของธุรกิจที่มีอยู่เดิม เช่น โลจิสติกส์ ทบทวนขั้นตอนการทำงานต่างๆ และการลงทุน เพราะบางธุรกิจสร้างกำไรที่ดี บางธุรกิจก็ไม่ดี เพื่อมีพันธมิตรที่ถูกต้องและมีคุณภาพ สร้างความสามารถในการแข่งขัน บริหารต้นทุน เพิ่มอัตรากำไร ส่วนธุรกิจคาเฟ่ อเมซอนดีอยู่แล้ว วันนี้ OR พร้อมที่จะติดปีกทะยานไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”นายดิษทัตกล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  กล่าวว่า การเติบโตของ OR ในระยะยาว บริษัทตั้งงบลงทุน 5 ปีทั้งสิ้น 110,000 ล้านบาท  แบ่งเป็นปี 2566 จำนวน 31,000 ล้านบาท ให้น้ำหนักกับธุรกิจ Lifestyle 45% ธุรกิจ Mobility ราว 22%,, Global 16%, Innovation 17%  ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ รอเวลาที่เหมาะสม

สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2566  ตอบไม่ได้ว่ารายได้จะเติบโตเท่าไร แต่เติบโตดีกว่าปีก่อนแน่นอน จากสภาพแวดล้อม ดีมานด์เพิ่มขึ้นจากการเปิดประเทศ ตามการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน รวมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมามากขึ้น  เร่งให้ยอดขายโตขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยาน ที่ปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำ