โบรกฯ มองหุ้นไม่สดใส-ถือเงินสดลดเสี่ยง รอซื้อ IPO

โบรกฯ มองแนวโน้มหุ้นวันนี้ ดัชนีส่อปรับตัวลงตามตลาดต่างประเทศ กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย แนวรับ 1,720 – 1,725 จุด

บล.กรุงศรี มองแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ คาด SET Index อ่อนตัวทดสอบแนวรับ 1,720 – 1,725 จุด จากแรงกดดัน FED ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลให้ bond yield US10 ปี เดินหน้าทำ New high ล่าสุด 3.2% และลดน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยงลง เป็นผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่องล่าสุด 32.7 บาทต่อดอลลาร์ และ Fund Flow มีแนวโน้มไหลออกต่อเนื่องในช่วงนี้เป็นขายสุทธิ 3 วันราว 9.3 พันล้านบาท

นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงจากข่าวซาอุฯและรัสเซียทำข้อตกลงเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อชดเชยผลกระทบการคว่ำบาตรอิหร่านจะเป็นแรงกดดันเช่นกัน ประกอบกับแรงขายระยะสั้นเพื่อเตรียมระดมทุน IPO 3 รายใหญ่ในช่วงเดือนนี้ ได้แก่ OSP, TFFIF และ PR9 จะเป็นตัวถ่วงต่อภาวะตลาดในช่วงนี้

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดดัชนีฯ มีแนวโน้มอ่อนตัวลงต่อ ความกังวลต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ ทำเงินไหลออกจากตลาดหุ้น โดยมองว่านักลงทุนจะทยอยขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงต่อเพราะสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นอย่างมีนัยยะ ตลาดจึงยังคงต่ออยู่ในช่วงของการพักฐาน แนวรับสำคัญของดัชนีฯ จะอยู่ที่ 1710 จุด นอกจากนี้ตัวแปรในประเทศ ที่กดดันต่อตลาดหุ้นไทยโดยตรง คือ มาตรการชะลอสินเชื่อของ ธปท. ซึ่งมีผลต่อหุ้นธนาคารและผู้ประกอบการที่อยู่อาศัย และปัจจัยสำคัญคืนนี้จะมีรายงานตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ

“จากปัจจัยในเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐฯ-สงครามการค้า-กังวลค่าเงิน-น้ำมันแพง-มาตรการ ธปท. ดูรวมๆแล้วทำให้มีเงินไหลออกจากตลาดหุ้น (บางส่วนนำไปรอเตรียมซื้อหุ้น IPO) นักลงทุนอาจเลือกขายหุ้นที่ราคาปรับขึ้นมามากเพื่อลดความเสี่ยง เน้นลงทุนกรอบเวลาสั้นๆ และรอจังหวะเข้าซื้อ ดูจุดสำคัญของดัชนีฯที่ 1710 จุด เรายังให้ความสนใจต่อหุ้นที่เป็น Domestic play หรือมีปัจจัยบวกสนับสนุนจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย ผลบวกจากการเลือกตั้ง หรือหุ้นที่ผลประกอบการมีแนวโน้มดี โดยหุ้นที่เป็น top picks ของเราวันนี้ ประกอบด้วย KTC, GULF , BGRIM, WHA และเพิ่ม CPN ,HANA และ INTUCH” บล.เคทีบี แนะนำ

บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดว่า ดัชนียังอยุู่ในช่วงแกว่งพักฐานโดยไร้ปัจจัยบวกใหม่เข้ามาหนุนและยังต้องติดตามประเด็นฐานะการเงินของอิตาลี ขณะที่คืนนี้จับตาตัวเลขเศรษฐกิจภาคแรงงานเดือน ก.ย. ของสหรัฐฯซึ่งหากออกมาดีกว่าคาดมีโอกาสทำให้ตลาดพุ่งเป้าไปที่ FED ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องและกดดันให้กระแสเงินทุนยังอยู่ในทิศทางไหลออก อย่างไรก็ตามเรายังเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของปัจจัยในประเทศทั้งเศรษฐกิจและการเมือง และคาดว่าดัชนียังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ในระยะถัดไป