BBLเปิดกำไร 7,657 ลบ.โต11% Q3 รวม 9 เดือนโตตามสินเชื่อ ลดสำรอง

HoonSmart.com>>ธนาคารกรุงเทพเปิดกำไรสุทธิ 7,657 ล้านบาทไตรมาส 3/65 โตประมาณ 10.8 %  รวม 9 เดือนแรกกำไรสุทธิ 21,736 ล้านบาท เติบโต 7.7% มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 18.7% ตามสินเชื่อ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น  2.28% ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 21.8% ธนาคารตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 24,733 ล้านบาท ลดลง 4.9%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ธนาคารกรุงเทพ (BBL) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาสที่ 3/2565 มีกำไรสุทธิ 7,657 ล้านบาท หรือกำไรหุ้นละ 4.01 บาท เพิ่มขึ้นจำนวน 748 ล้านบาทหรือประมาณ 10.83% จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 6,909 ล้านบาทหรือ 3.62 บาท ส่วนผลงานรวม 9 เดือนปีนี้กำไรสุทธิ 21,736 ล้านบาท เท่ากับ 11.39 บาท เพิ่มขึ้นจำนวน 1,547 ล้านบาทคิดเป็นประมาณ 7.66% จากที่ทำได้จำนวน 20,189 ล้านบาทหรือ 10.58 บาทต่อหุ้นในช่วงเดียวกันปีก่อน

ภาวะเศรษฐกิจยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่อง จากกิจกรรมที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น และจากการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางเข้าออกของไทยและประเทศต่างๆ ซึ่งทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านคนต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางในหลายประเทศ เพื่อดูแลอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง เริ่มส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลก ทำให้ภาคการส่งออกในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. 2565 ขยายตัว 6% ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 11% ความผันผวนของตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้ายังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป รวมถึงความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว

ธนาคารกรุงเทพยังคงดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับสถานการณ์และผลกระทบของลูกค้าแต่ละราย นอกจากนี้ ธนาคารพร้อมให้คำแนะนำในการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจตามแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลง ภายใต้เจตนารมณ์ของการเป็น “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” เพื่อสนับสนุนลูกค้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกันธนาคารให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง

กำไรที่ดีขึ้นในงวด 9 เดือนปีนี้ สาเหตุหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 18.7% จากสินเชื่อโตตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 2.28% สอดคล้องกับทิศทางของอัตราดอกเบี้ยและการบริหารจัดการสภาพคล่อง สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 21.8% ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงินซึ่งเป็นไปตามสภาวะตลาด และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงจากธุรกิจหลักทรัพย์ ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมจากการอำนวยสินเชื่อและบริการการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น

สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น  4.2% เพื่อการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 49% ทั้งนี้ ธนาคารตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 24,733 ล้านบาท ลดลง 4.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธนาคารยังคงยึดหลักความระมัดระวังในการตั้งสำรอง โดยพิจารณาความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า

ธนาคารกรุงเทพยังคงดำรงฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ

ณ สิ้นเดือนก.ย. 2565 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,796,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อกิจการต่างประเทศ สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ที่  3.5% ทั้งนี้ จากการที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่  240.1%

ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนก.ย.2565 จำนวน 3,165,479 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% จากสิ้นปี 2564 และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 88.4% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 18.5% 15.2% และ 14.4% ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด