KBANK-SCB นำดิ่งกลุ่มธนาคาร กังวลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่ามากเกินไป

HoonSmart.com>>หุ้น KBANK-SCB-TTB นำดิ่งกลุ่มธนาคาร แม้ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ช่วงสั้นยังไม่ได้ประโยชน์มาก ขณะที่กังวลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ถ้าแข็งค่ามากจะกระทบการลงทุนในต่างประเทศที่เจอภาวะเศรษฐกิจถดถอย ส่งเกิดแรงขายใน Emerging Market แนะ”หลีกเลี่ยง”การลงทุนไปก่อน ด้านผลงานไตรมาส 3/65 ของกลุ่มธนาคารยังถือว่าดีอยู่ จากสินเชื่อโตต่อเนื่อง-มาร์จิ้นดี-ตั้งสำรองฯลดลง แต่ค่าธรรมเนียมไม่ดีจากตลาดไม่ดี

หุ้นในกลุ่มธนาคารปิดเทรดช่วงเช้าอ่อนตัวลง นำดิ่งโดยหุ้น KBANK ลบ 2.01% อยู่ที่ 146.50 บาท ลดลง 3.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 2,310.43 ล้านบาท
หุ้น SCB ลบ 1.87% อยู่ที่ 105.00 บาท ลดลง 2.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,038.22 ล้านบาท
หุ้น TTB ลบ 1.63% อยู่ที่ 1.21 บาท ลดลง 0.02 บาท มูลค่าซื้อขาย 240.59 ล้านบาท
หุ้น BAY ลบ 1.59% อยู่ที่ 31.00 บาท ลดลง 0.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 4.19 ล้านบาท
หุ้น BBL ลบ 1.44% อยู่ที่ 137.00 บาท ลดลง 2.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,120.95 ล้านบาท

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.พาย กล่าวว่า ราคาหุ้นในกลุ่มธนาคารอ่อนตัวลงในเช้านี้ คาดว่าจะมาจากความกังวลปัจจัยนอกประเทศ ่แม้จะได้รับประโยชน์จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น แต่จะเกิดผลดีในระยะยาว ส่วนระยะสั้นไม่ได้ประโยชน์มาก เพราะดอกเบี้ยขึ้นน่าจะมีผลในปีหน้ามากกว่า โดยการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) พรุ่งนี้ (23 ก.ย.) คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สิ่งที่น่ากังวลมาจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า ถ้าแข็งค่ามากจะกระทบต่อการลงทุนในต่างประเทศที่จะเจอภาวะเศรษฐกิจถดถอย ส่งผลให้ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) เผชิญกับแรงขายออกมา ดังนั้นจึงแนะนำให้”หลีกเลี่ยง”การลงทุนไปก่อน

สำหรับผลประกอบการงวดไตรมาส 3/65 ของกลุ่มธนาคารโดยรวมน่าจะออกมาดีอยู่ จากสินเชื่อที่เติบโตต่อเนื่อง มาร์จิ้นดี การตั้งสำรองลดลงจากที่ NPL ไม่น่ากลัวมาก แต่ค่าธรรมเนียมจะไม่ดีจากตลาดที่ไม่ดี อย่างไรก็ดี ยังแนะนำ”ซื้อ”หุ้น BBL, SCB, KBANK, KKP

บล.ดาโอ (ประเทศไทย) แนะนำ”ถือ”หุ้นบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ราคาเป้าหมาย 100 บาท ประมาณการกำไรสุทธิในไตรมาส 3/65 ที่ 1.79 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น +15% YoY แต่ ลดลง -3% QoQ โดยการเพิ่มขึ้น YoY เพราะมีการตั้งสำรองที่ลดลงมาก ขณะที่ลดลง QoQ เนื่องจากกำไรจากเงินลงทุนและรายได้ค่าธรรมเนียมลดลง ด้าน NIM เริ่มหดตัวลงอยู่ที่ 5.00% จากไตรมาส 2/65 ที่ 5.06% เพราะเร่งหาเงินฝากประจำเพิ่มขึ้นจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ส่วน NPLs จะทรงตัวที่ 2.20% ในไตรมาสก่อน จากฐานสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น

โดยยังคงประมาณการกำไรสุทธิในปี 2565 อยู่ที่ 6.8 พันล้านบาท ทรงตัว YoY เพราะฐานสูงในปี 2564 ขณะที่คาดว่าแนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/65 จะลดลง QoQ จากการที่ต้องเริ่มเร่งหาเงินฝากประจำมากขึ้น ราคาหุ้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น +3% เมื่อเทียบกับ SET ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เพราะภาพรวมสินเชื่อในเดือน ส.ค. 65 กลับมาฟื้นตัวได้ดีถึง +3.5% MoM หรือ +4.4% YTD จากสินเชื่อรายใหญ่และเช่าซื้อ ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้นซึ่งจะกดดัน NIM ในอนาคต อย่างไรก็ดี คาดว่า TISCO จะยังคงจ่ายเงินปันผลได้ในระดับสูงราว 7.15 บาทต่อหุ้น คิดเป็น dividend yield ที่อยู่ในระดับสูงราว 8% ได้ (จ่ายปีละครั้ง XD ช่วงเดือน เม.ย.)

บล.โนมูระ พัฒนสิน แนะนำหุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL) ราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 175.00 บาท คาดกำไรไตรมาส 3/65 ที่ 7.45พันล้านบาท (+8%y-y, +7%q-q) จากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจ และสินเชื่อต่างประเทศ นอกจากนั้น ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ลดลง -7% y-y เพราะธนาคารตั้งสำรองไปมากแล้ว ในช่วงที่ผ่านมา ส่วน NPL ratio อยู่ที่ 3.45% เทียบไตรมาส 2/65 ที่ 3.40% และ Coverage Ratio ที่ 211% สูงสุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่
พร้อมคาดกำไรไตรมาส 4/65 เติบโต y-y จากฐานสินเชื่อที่ขยายตัว และ yield on loan เพิ่มขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น โดยคาดกำไรปี 65 ที่ 2.78 หมื่นล้านบาท (+5%y-y) และกำไรปี 66 ที่ 2.92 หมื่นล้านบาท (+5%y-y)

ด้าน Valuation มองราคาหุ้นซื้อขาย P/BV เหลือ 0.5x ต่ำกว่าช่วง Crisis ที่สูง 0.65x และ ค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 0.74x และ Div yield 3%

ประเด็นการลงทุนรับประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น และมีความแข็งแกร่งของคุณภาพสินทรัพย์สูงสุด และความเพียงพอของสำรองมากสุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่

ส่วนบริษัท เอสซีบี เอกซ์ (SCB) ราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 155.00 บาท คาดกำไรไตรมาส 3/65 1.05 หมื่นล้านบาท +19% y-y, +5% q-q ตามการ
ขยายตัวของสินเชื่อภาคธุรกิจและสินเชื่อรายย่อย และค่าใช้จ่ายสำรองลดลงหลังตั้งไปมากแล้ว และไตรมาส 4/65 คาดกำไรยังเติบโต y-y ได้ และช่วงไตรมาส 4/65 ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB bank) จะจ่ายปันผลให้ SCB 6.1 หมื่นล้านบาท เพื่อการรับโอนสินทรัพย์และการขยายไปยังธุรกิจใหม่ เพื่อการต่อยอดการเติบโตระยะยาว โดยประเมินกำไร่ปี 65 ที่ 4.06 ล้านบาท (+14%y-y)

ด้าน Valuation ราคาหุ้นยัง Undervalued ซื้อขาย P/BV เพียง 0.8 เท่า และคาดบริษัทจะเริ่มกลับมาเทรด Premium ได้ หลังทยอย unlock value และปลด Overhang โดยค่าเฉลี่ยของบริษัทที่ 1.2 เท่า และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในอดีตที่ 1.0 เท่า

ประเด็นการลงทุนมองกลุ่มธนาคารรับประโยชน์จากภาวะดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้น และหุ้นทยอยปลดล็อค Overhang และ unlock value รวมถึงแนวโน้มไตรมาส 2/65 เด่นต้น ๆ ในกลุ่มที่กำไรเพิ่ม y-y, q-q อีกทั้งยังเป็นผู้นำใน Digital banking และโครงสร้างที่คล่องตัวมากขึ้น