HoonSmart.com>>เจ้าหนี้เปิดฉากเทกระจาดหุ้น “การบินไทย” (THAI) ตั้งแต่เปิด ราคาดิ่ง 25% แตะ 5.25 บาท ปิด 6 บาท ร่วง 14% มาร์เก็ตแคปทรุด 28,303 ล้านบาท เหลือ 169,820 ล้านบาท หลังหลุด Silent Period จำนวน 6.6 พันล้านหุ้น นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำซื้อ ช่วงราคาเป้าหมาย 6.70-12 บาท บล.ซีจีเอสฯมอง free float เพิ่ม กระทบประเมินมูลค่า 1- 2 เดือนข้างหน้า บล.หยวนต้าฯกดราคาลงเหลือ 9.30 บาท จากเดิมให้ 12 บาท มองกำไรอ่อนแอกว่ากลุ่ม

วันที่ 4 ก.พ.2569 หุ้นบริษัทการบินไทย (THAI) ดิ่งลงแรงตามคาด เจ้าหนี้พร้อมใจกันกระหน่ำขาย เปิดตลาดต่ำที่ 5.25 บาท ร่วง 25% หลังเจ้าหนี้หลุด Silent Period จำนวน 6,600 ล้านหุ้น จากนั้นมีแรงไล่ซื้อหนุนราคาขึ้นไปสูงสุดแตะ 6.35 บาท ก่อนมาปิดที่ 6 บาท ร่วงลง 1 บาทหรือ -14.29% ด้วยปริมาณการซื้อขาย 611 ล้านหุ้น มูลค่าหนาแน่นถึง 3,609.66 ล้านบาท จากที่ผ่านมาซื้อขายบางวันต่ำกว่า 100 ล้านบาท หรือสูงสุดไม่ถึง 300 ล้านบาท
ราคาหุ้น THAI ที่ไหลลงแรงปิดที่ 6 บาท กระทบต่อมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ทรุดลง 28,303.29 ล้านบาท เหลือ 169,819.75 ล้านบาท จากเมื่อวานมีมาร์เก็ตแคป 198,123.04 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำซื้อหุ้นการบินไทย เช่น บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ปรับคำแนะนำจาก”ถือ”เป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.2 บาท เท่ากับ EV/EBITDA 4.4 เท่าในปี 2570 (ส่วนลด 20% เมื่อเทียบกับคู่แข่ง) เพื่อรับรู้กำไรต่อหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตลดลงและ overhang จากการสิ้นสุด lock up โดยมองว่า yield ที่แข็งแกร่งกว่าคาด และการได้รับมอบเครื่องบินเร็วกว่าคาด ช่วยหนุนราคาหุ้น
อย่างไรก็ตาม อาจมีการขายทำกำไรในระยะสั้นหลังครบกำหนดห้ามขายหุ้น นอกจากนี้ มองว่าจำนวนหุ้น free float ที่จะพุ่งสูงขึ้น (มีหุ้นซื้อขายในตลาดเพียง 1.9 พันล้านหุ้นก่อนสิ้นสุด lock-up) อาจกระทบการประเมินมูลค่าของ THAI ช่วง 1- 2 เดือนข้างหน้า
THAI มีหุ้นจำนวน 2.64 หมื่นล้านหุ้น อยู่ภายใต้ข้อกำหนดห้ามขายหุ้นเป็นเวลา 1 ปี (ไซเร้นพีเรียด) นับจากวันที่กลับเข้าซื้อขายในตลาดเมื่อวันที่ 4 ส.ค.2568 โดยสามารถขายหุ้นได้ไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นที่ถูกห้ามขาย หรือ 6,600 ล้านหุ้น ในวันนี้ (4 ก.พ.2569) ที่เหลืออีก 1.98 หมื่นล้านหุ้น ขายได้ในเดือนส.ค.2569 ส่วนหุ้นที่ห้ามขาย 1.557 หมื่นล้านหุ้น ถือโดยผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร (strategic investor) และที่เหลืออีก 1.084 หมื่นล้านหุ้น ถือโดยนักลงทุนซึ่งได้รับจัดสรรหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุน
หลังปรับโครงสร้างทุนในปี 2567 THAI มีหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 2.183 พันล้านหุ้น เป็น 2.83 หมื่นล้านหุ้น ประกอบด้วยหุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน 2.1 พันล้านหุ้น ที่ราคา 2.5452 บาท/หุ้น และประมาณ 5.3 พันล้านหุ้นเกิดจากการขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (rights offering) ที่ราคา 4.48 บาท/หุ้น ซึ่งหุ้นทั้งสองส่วนขายในราคาต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน
บล.ซีจีเอสฯประมาณการว่าในปี 2569 THAI จะมีกำไรปกติต่อหุ้นลดลง 15% จากปีก่อน (YoY) เนื่องจากอัตรากำไร EBITDA จะกลับมาอยู่ในระดับปกติ บวกกับ D&A และดอกเบี้ยจ่ายจะเพิ่มสูงขึ้น แต่เชื่อว่าบริษัทจะยังมีกำไรจากการดำเนินงานดี และราคาหุ้นน่าจะรับรู้ downside risk แล้ว เพราะมีการประเมินมูลค่าอยู่ที่ P/E 8.4 เท่า โดยราคาหุ้น THAI ปรับตัวลง 26% ช่วงสามเดือนที่ผ่านมา สะท้อนกำไรต่อหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตอ่อนตัว รวมถึงปัจจัยลบจากหุ้นไซเร้นพีเรียดครบกำหนด
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI เห็นโอกาสเข้าสะสมหุ้น THAI หากมีการขายทำกำไรในระยะสั้น เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินมีแนวโน้มสดใสในปี 2569 อีกทั้งการประเมินมูลค่าในปัจจุบันยังน่าสนใจ
ด้านบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ปรับลดมูลค่า THAI จากแนวโน้มงบที่อ่อนแอกว่ากลุ่ม ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 9.30 บาท จากเดิมให้ราคาเป้าหมาย 12 บาท คงคำแนะนำซื้อ
“เชิงกลยุทธ์แนะนำรอสะสมตามแนวราคาที่ Valuation เริ่มน่าสนใจหรือรอแรงขายชะลอตัวลงก่อนกลับเข้าลงทุนคาดกำไรปกติไตรมาส 4/68 ที่ 7,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% จากไตรมาสก่อน (QoQ) เร่งตัวตามปัจจัยฟดูกาล แต่ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) จากยอดผู้โดยสารและค่าตั๋วที่ชะลอ รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าซ่อมบำรุงที่สูงขึ้น แม้แนวโน้มกำไรไตรมาสแรกปี 2569 ทรงตีวหรือลดลงเล็กน้อย QoQ แต่ยังลดลง YoY จากฐานสูง ภาพการแข่งขันสูงขึ้น และการบริหารค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ทำได้จำกัด
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า หุ้น THAI ซื้อขายในตลาดเพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 30% ของหุ้นทั้งหมด จากเดิมมีเพียง 6.7% นั้น เมื่อพิจารณาว่ากลุ่มสหกรณ์ที่ถือหุ้นอยู่ราว 24% และกระทรวงการคลัง (39%) มีแนวโน้มถือหุ้นต่อ ส่งผลให้แรงกดดันต่อราคาหุ้นน่าจะอยู่ในวงจำกัด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
บล.ทิสโก้ คงคำแนะนำ“ถือ” หุ้น THAI โดยมูลค่าที่เหมาะสม 9.30 บาท คาดว่ากำไรหลักไตรมาส 4 ที่ผ่านมา จะอยู่ที่ 5,380 ล้านบาท (-57% YoY / ทรงตัว QoQ) โดยการลดลง YoY เกิดจากอัตราผลตอบแทนต่อผู้โดยสารที่ลดลง ขณะที่ THAI ปรับปรุงเครื่องบิน A320 นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงและค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น ด้านกำไรสุทธิบันทึกผลขาดทุนจากการปรับโครงสร้างหนี้ในไตรมาส 4/2567 จึงสะท้อนให้เห็นการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4/2568
แนวโน้มไตรมาสแรกปี 2569 การเติบโตของจำนวนผู้โดยสารจะดีขึ้น เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มฟิ้นตัว ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและพนักงานจะกลับสู่ภาวะปกติ น่าจะช่วยสนับสนุนการปรับปรุงผลกำไรQoQ ดีขึ้น การบินไทยจะได้รับเครื่องบิน A321 จำนวน 2 ลำ และ B787 อีก 1 ลำ พร้อมกับการเปิดเส้นทางบินใหม่ การบินไทยมีกำหนดประกาศผลประกอบการในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้
ทางด้าน 9 โบรกเกอร์ ชี้เป้าราคาหุ้น THAI อยู่ในช่วง 6.70-12 บาท โดยบล.โกลเบล็กตีมูลค่าสูงสุด 12 บาท ส่วนบล.ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทสไทย) ให้ต่ำเพียง 6.7 บาท แนะนำถือ
