บจ.ไทยครองแชมป์ดัชนี DJSI อาเซียนปีที่ 8 -ปี64 ติดอันดับ 24 บริษัท

HoonSmart.com>>บจ.ไทยครองแชมป์เข้าดัชนี DJSI อาเซียนต่อเนื่องเป็นปีที่ 8  ปี64 ติดอันดับเพิ่ม 3 บริษัท  DELTA ,BDMS, BJC ส่งเสริมตลาดทุนไทยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความน่าเชื่อถือในสายตาของผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศยิ่งขึ้น 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผย บริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) พัฒนาการดำเนินงานด้านความยั่งยืนต่อเนื่องโดดเด่นระดับโลก ในปี 2564  บจ. ไทย 24 แห่ง ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) ได้แก่ ADVANC, AOT, BANPU, BDMS, BJC, BTS, CPALL, CPF, CPN, DELTA, EGCO, HMPRO, IRPC, IVL, KBANK, MINT, PTT, PTTEP, PTTGC, SCB, SCC, TOP, TRUE และ TU

ในปีนี้มีบจ. ได้รับการคัดเลือกเข้าใหม่ 3 บริษัท คือ BDMS, BJC, DELTA โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่มี บจ. ได้รับคัดเลือกสูงสุดในอาเซียนต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 แสดงถึง บจ. ไทยมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างสมดุลทั้งธุรกิจและสังคม สร้างความเชื่อมั่นในสายตาผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ 12 บจ. อยู่ในดัชนีกลุ่ม DJSI World ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีศักยภาพทั้งในด้านขนาดและผลการประเมินความยั่งยืน ได้แก่ ADVANC, AOT, CPALL, CPN, DELTA, IVL, KBANK, PTT, PTTEP, PTTGC, SCB และ SCC

ทั้งนี้ BTS ได้เป็นสมาชิกของดัชนี DJSI ในปี 2564 จึงได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน THSI (Thailand Sustainability Investment) ประจำปี 2564 ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกหุ้นยั่งยืน THSI ของตลาดหลักทรัพย์ฯ

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งเสริมตลาดทุนไทยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และ บรรษัทภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) เพื่อการเติบโตอย่างสมดุล สอดคล้องวิสัยทัศน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการพัฒนาตลาดทุนเพื่อทุกภาคส่วน “To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone” ซึ่ง บจ. ไทยได้รับเชิญให้เข้าร่วมประเมินความยั่งยืนในระดับสากลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561

“การดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักความยั่งยืน นอกจากส่งผลดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นกลไกการบริหารความเสี่ยงช่วยเสริมศักยภาพธุรกิจให้แข็งแกร่ง ซึ่งบจ. ไทยนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาบริหารจัดการธุรกิจเพื่อนำองค์กรก้าวผ่านวิกฤตต่าง ๆและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk) ที่รอบด้านมากขึ้นทั้งความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk) และความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk) ในองค์กรและห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งทั่วโลกได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก “นายภากรกล่าว

การเข้าสู่ดัชนี DJSI จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของตลาดทุนไทยและความน่าเชื่อถือในสายตาของผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันกองทุนรวมไทยมีความสนใจการลงทุนในหุ้นที่เติบโตยั่งยืน โดยในปีนี้มีกองทุน ESG Fund ถึง 60 กองทุน มูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมกว่า 57,021 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96% จากต้นปี 2564 นอกจากนี้รายงานจาก UN Principles for Responsible Investment: PRI ยังพบว่า 82% ของผู้ลงทุนสถาบันนำปัจจัยด้าน ESG เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกและติดตามหุ้นที่ลงทุนอีกด้วย

ทั้งนี้ การประกาศรายชื่อสมาชิกในกลุ่ม DJSI ในครั้งนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. 2564 โดยมีการทบทวนและประกาศรายชื่อสมาชิกในกลุ่ม DJSI ในช่วงเดือนก.ย.ของทุกปี