CGSI ยืนเป้าปีนี้ 1,630 กำไรบจ.Q2 ลด-ปิโตรฯหรู เชียร์ 14หุ้นเด่น

HoonSmart.com>>CGSI ประเมินกำไรบจ.ไตรมาส 2/69 (ไม่รวมแบงก์) ลดลง 14% yoy และ 7% qoq  ได้แรงขับเคลื่อนจากกลุ่มปิโตรเคมี เตือนทำใจผิดหวังกลุ่มสื่อสาร-ท่องเที่ยว คงเป้าดัชนี SET สิ้นปีที่ 1,630 จุด เลือก  BH, PR9, THAI, ERW, CRC, CPN, AMATA, WHA, GULF, TRUE, TFG, KBANK, MTC,TIDLOR เป็นหุ้น Top pick

ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า บริษัทจดทะเบียน(บจ.) ไม่รวมธนาคารพาณิชยฺ กลุ่ม Non-bank จะทำกำไรสุทธิลดลง 14% yoy และ 7% qoq ในไตรมาส 2/69 (เทียบกับกลุ่มธนาคารที่ -1% yoy และ -3% qoq) ตามประมาณการของ Bloomberg consensus โดยกลุ่มปิโตรเคมีน่าจะเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรจากสเปรดที่สูงขึ้น

ส่วนกลุ่มขนส่ง (โดยเฉพาะสายการบิน) มีแนวโน้มอ่อนตัว เพราะต้นทุนค่าเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ กลุ่ม ICT และกลุ่มท่องเที่ยวยังมีความเสี่ยงที่จะสร้างความผิดหวังเช่นกัน เชื่อว่าประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งของ Bloomberg consensus (กลุ่ม ICT +26% yoy และกลุ่มท่องเที่ยว +15% yoy) น่าจะไม่สามารถทำได้จริงในช่วงที่เศรษฐกิจประเทศยังอ่อนแอและสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของไทยลดลง 4% yoy ในไตรมาส 2/69

ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า สถานการณ์ความตึงเครียดที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันแพง ส่งผลให้ประเทศไทยเผชิญกับภาวะ “ขาดดุลแฝด (twin deficit)” เพราะต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 31% yoy ในครึ่งปีแรก 69 ทำให้ไทยขาดดุลการค้า 1.24 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (จากเกินดุล 1.54 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในครึ่งปีแรก 68) และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 1.33 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (จากเกินดุล 1.38 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ)

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ยังเพิ่มความเสี่ยงที่ภาครัฐจะเข้ามาแทรกแซงราคา ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรของธุรกิจน้ำมันและก๊าซปลายน้ำ รวมทั้งอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นในครึ่งปีหลัง ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มองว่าภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันน่าจะเกิดขึ้นแค่ชั่วคราว ฝ่ายวิเคราะห์ จึงเชื่อว่า ธปท. จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 26 ส.ค.69 นี้

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ระบุว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คาดว่าจะสรุปสำนวนการสอบสวนคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. ภายในปลายเดือนส.ค. นี้ แต่เชื่อว่ากรอบเวลามีโอกาสเลื่อนออกไปอีก ส่วนผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มีอยู่ 3 กรณี คือ 1.การยกคำร้องทั้งหมด 2.การส่งสำนวนฟ้องร้องเอาผิดผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คนให้ศาลฎีกาพิจารณา หรือ 3.การส่งสำนวนฟ้องแค่บางราย โดยฝ่ายวิเคราะห์ฯ มองว่ากรณีสุดท้ายมีความเป็นไปได้มากที่สุด และน่าจะส่งผลลบต่อ sentiment ของตลาด

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากก่อนหน้านี้ศาลฯใช้เวลาในการพิจารณาคดีที่เล็กกว่าประมาณ 8-10 เดือน จึงคาดว่ากระบวนการพิจารณาคดีที่ใหญ่กว่าน่าจะใช้เวลามากกว่า และอาจกลายเป็นปัจจัยลบที่กดดันตลาดไปอีกระยะหนึ่ง

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า ปัจจุบัน SET ซื้อขายอยู่ที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 16.7 เท่า แต่จะลดลงเหลือ 14 เท่า (-1SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี) หากไม่รวม DELTA (P/E ล่วงหน้า 83 เท่า) ซึ่งมองว่ายังน่าสนใจ ขณะที่คงเป้าดัชนี SET ในสิ้นปี 69 อยู่ที่ 1,630 จุด (P/E 16.5 เท่าในปี 70 -0.5SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี)

สำหรับหุ้น Top pick ในปัจจุบันประกอบด้วย BH, PR9, THAI, ERW, CRC, CPN, AMATA, WHA, GULF, TRUE, TFG, KBANK, MTC และ TIDLOR

ปัจจัยบวกที่อาจช่วยหนุนตลาดคือการที่สถานการณ์ความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลายและราคาน้ำมันลดลง ส่วน downside risk คือการที่ กกต. ยื่นฟ้องนักการเมืองสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาลและสถิตินักท่องเที่ยวที่ชะลอตัวอย่างรุนแรง