BM โชว์กำไรพุ่ง 711% – ลุยเฟอร์นิเจอร์เหล็กส่งออก

HoonSmart.com>>“BM” ปลื้มกำไร Q2 พุ่งกว่า 711% จากการบริหารจัดการที่รวดเร็ว-ทันต่อเหตุการณ์ เน้นงานส่งออกเป็นหลัก และรับอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่า มั่นใจครึ่งปีหลังรักษาระดับเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 

ธานิน สัจจะบริบูรณ์

นายธานิน สัจจะบริบูรณ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล (BM) เปิดเผย ผลดำเนินงาน ไตรมาส 2/2564 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 285.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97.07 ล้านบาท หรือ 51.65%  เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 23.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.47 ล้านบาท หรือ 711.66%  เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  -3.86 ล้านบาท

ส่วนงวด 6 เดือน กำไรสุทธิ 37.43 ล้านบาท ดีขึ้นมาก เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน 7.42 ล้านบาท ดีขึ้น 30 ล้านบาท หรือ 404%

สาเหตุกำไร เติบโต ขึ้นมาก เนื่องจากบริษัทฯ มีงานส่งออกไปยังต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาท ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์ดังกล่าว รวมทั้งความสามารถในการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถทำกำไรได้ดียิ่งขึ้น ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังระบาดเป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 19.41% เพิ่มขึ้น 6.13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 13.28% เนื่องจากบริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดี เช่น การจองเหล็กไว้ล่วงหน้า บริษัทฯ จึงได้เปรียบจากงานที่จำเป็นต้องใช้เหล็กร่วมกัน และการสั่งจองสินค้าในปริมาณมาก ทำให้บริษัทฯ สามารถขายสินค้าได้ในราคาต้นทุนที่ต่ำ เมื่อเทียบกับราคาขายที่สูงขึ้นตามภาวะตลาด

“ ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มียอดขายที่เพิ่มขึ้นในแทบทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะงานส่งออกที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับค่าเงินบาทอ่อนค่าลง รวมถึงการได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีจากการการทำโซลาร์รูฟ สร้างยอดขายได้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงความสามารถของทีมผู้บริหารที่มีการวางแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพและการจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างรัดกุม ซึ่งส่งผลดีต่อกำไรของบริษัทฯ ” นายธานิน กล่าว

นายธานิน กล่าวต่อว่า แม้สถานการณ์ในปัจจุบันยังคงมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพและความสามารถของทีมผู้บริหารท่ามกลางภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น ประกอบกับการได้รับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงประเมินว่าช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น บริษัทฯ จะยังคงรักษาการเติบโตของรายได้และสามารถทำกำไรของบริษัทเอาไว้ได้ ตามเป้าที่วางไว้