ปี 63 กองหุ้นไทยขนาดกลาง-เล็กชนะบิ๊กแคป “KTMSEQ” แชมป์ 23.92%

ปี 63 กองหุ้นไทยขนาดกลาง-เล็กชนะบิ๊กแคป “KTMSEQ” แชมป์ 23.92%

HoonSmart.com>> เปิดผลงานกองทุนหุ้นไทยปี 63 กลุ่ม Mid-Small Cap ผลตอบแทนเหนือกลุ่ม Large-Cap “กองทุนกรุงไทยหุ้น Mid-Small Cap” (KTMSEQ) คว้าแชมป์ผลตอบแทนสูงสุด 23.92% เทียบกองทุนหุ้นไทย Large-Cap สูงสุดทำได้ 9.83% “บลจ.บีแคป-ไทยพาณิชย์” มองปี 64 ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหนุนหุ้นใหญ่โดดเด่น

สำนักข่าว HoonSmart.com รวบรวมข้อมูลจากบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) พบกองทุนหุ้นไทยกลุ่ม Mid-Small Cap สร้างผลตอบแทนในปี 2563 สิ้นสุดวันที่ 30 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้เหนือกว่ากองทุนหุ้นไทยกลุ่ม Large-Cap ค่อนข้างมาก โดยกองทุนเปิดกรุงไทยหุ้น Mid-Small Cap (KTMSEQ) ผลตอบแทนสูงสุด 23.92% เมื่อเทียบกองทุนหุ้นไทย Large-Cap ที่ทำผลตอบแทนอันดับหนึ่งของกลุ่มอยู่ที่ 9.83% เท่านั้น

นอกจากนี้กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้น เอ็ม เอ ไอ (KT-mai) ผลตอบแทนสูงเป็นอันดับสองอยู่ที่่ 21.93% ซึ่งทั้งสองกองบริหารจัดการโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย (KTAM) เช่นกัน

ขณะที่ภาพรวมตลาดหุ้นไทยปี 2563 ผันผวนอย่างหนักจากผลกระทบโควิด-19 ดัชนีหุ้นไทยปิดสูงสุด 1,600.48 จุด เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2563 และปิดต่ำสุด 1,024.46 จุด เมื่อ 23 มี.ค.2563 ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกแพนิคอย่างหนักจากความวิตกโควิด-19 รุนแรง ก่อนปิดส่งท้ายปีที่ระดับ 1,449.35 จุด ลดลง 8.26% จากปี 2562 ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ปิดเพิ่มขึ้น 8.61% จากปี 2562

ด้านพอร์ตกองทุน KTMSEQ ซึ่งมีนโยบายลงทุนเน้นหุ้นขนาดกลางและเล็กที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และหรือตลาด mai มีปัจจัยพื้นฐานดีและหรือมีแนวโน้มการเติบโตธุรกิจสูง ณ วันที่ 30 พ.ย.2563 กองทุนมีสัดส่วนการลงทุนหุ้นหมวดพลังงานและสาธารณูปโภคสูงสุด 13.44% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน (NAV) รองลงมาหมวดอาหารและเครื่องดื่ม 12.27% หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ 11.81% หมวดพาณิชย์ 9.53% และหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 8.1%

หุ้น 5 อันดับที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด ได้แก่ AEONTS สัดส่วน 4.34% รองลงมาหุ้น NRF สัดส่วน 3.84% หุ้น JMT สัดส่วน 3.11% หุ้น JMART สัดส่วน 2.98% และหุ้น PLANB สัดส่วน 2.91%

สำหรับกองทุนหุ้นไทย Large-Cap ที่ทำผลตอบแทนได้สูงสุด ได้แก่ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสหุ้นไทย (ASP-THEQ) อยู่ที่ 9.83% รองลงมากองทุนเปิดแอสเซทพลัสตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (ASP-ERF) อยู่ที่ 8.86%

นายธนาวุฒิ พรโรจนางกูร รองกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานบริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บางกอกแคปปิตอล (BCAP) หรือบลจ.บีแคป กล่าวว่า กองทุนหุ้นขนาดเล็กทำผลงานได้ดีในปี 2563 เป็นเพราะราคาหุ้นปรับตัวลงมาหลายปีทำให้ราคาหุ้นรีบาวด์ ขณะเดียวกันหุ้นขนาดใหญ่ถูกเทขายมากในปีที่ผ่านมา

ขณะที่แนวโน้มในปี 2564 คาดว่าเม็ดเงินลงทุนต่างชาติน่าจะยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทยในปี 2564 จากนโยบายการผ่อนคลายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ เงินดอลลาร์อ่อนค่าส่งผลให้เงินไหลเข้าตลาดหุ้นเกิดใหม่และไทย น่าจะทำให้หุ้นขนาดใหญ่ได้รับผลดี ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกซึ่งส่งผลหุ้นวัฎจักรซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดใหญ่ได้ผลดีเช่นกัน จึงมองหุ้นขนาดใหญ่น่าสนใจกว่า

นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า แม้คาดว่าฟันด์โฟลว์จะไหลเข้าหุ้นไทยต่อเนื่องในหุ้นขนาดใหญ่ แต่มองว่าเมื่อราคาหุ้นปรับตัวขึ้นระดับหนึ่งตลาดก็จะวนกลับมาดูหุ้นขนาดเล็กเช่นกัน ดังนั้นหากหุ้นมีปัจจัยพื้นฐานดีและแนวโน้มน่าสนใจก็ยังเป็นเป้าหมายของนักลงทุนอยู่ดี
 
 
 
อ่านข่าว

บลจ.กสิกร-ไทยพาณิชย์ให้เป้าหุ้น 1,600 จุด มองฟันด์โฟลว์ไหลเข้าซื้อบิ๊กแคป

ส่อง “กองทุน” แห่งปี 63 ผลตอบแทนสูงสุด

ปี 63 กองหุ้นไทยขนาดกลาง-เล็กชนะบิ๊กแคป “KTMSEQ” แชมป์ 23.92%

กองทุน “หุ้นต่างประเทศ” แจกกำไรอู้ฟู่ ปี 63 ฝ่าวิกฤตโควิด-19