HoonSmart.com >> NER กำไร Q2/69 สุดแกร่ง! แตะ 436.36 ลบ. อานิสงส์ราคายางพุ่ง-ฝีมือบริหารต้นทุน บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสด อัตรา 0.05 บ./หุ้น “ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์” ซีอีโอ ประเมินทิศทางราคายางธรรมชาติ และความต้องการใช้ในตลาดโลกอยู่ระดับสูง หนุนผลงานครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่อง

บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) เปิดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้จากการขาย 7,143.58 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 436.36 ล้านบาท สะท้อนการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) อนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดหุ้นละ 0.05 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 20 ส.ค.นี้ จ่ายเงินปันผลวันที่ 4 ก.ย. 2569
สำหรับ NER ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางผสม และสินค้าปลายน้ำแผ่นยางพาราปูพื้นคุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์และกลุ่มผู้ค้าคนกลางทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NER เปิดเผยว่า ภาพรวมผลดำเนินงาน ไตรมาส 2/2569 (สิ้นสุด 30 มิ.ย.69 ) มีรายได้ขายรวม 7,143.58 ล้านบาท จากปริมาณขายรวม 108,909 ตัน แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 5,612.53 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 78.57 % ของยอดขายรวม และรายได้จากการขายต่างประเทศ 1,531.06 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 21.43 %
ไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 436.36 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 254 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 10.24% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 6.11% เทียบไตรมาส 1/2569 กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 8.26% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 3.51%
“อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่มีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารธุรกิจของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน การจัดหาวัตถุดิบ และการบริหารความเสี่ยงด้านราคา แม้ภาวะตลาดยังมีความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและสภาพภูมิอากาศ”
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติจ่ายปันผลระหว่างกาลสำหรับงวดผลการดำเนินงานใน 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.05 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 20 สิงหาคมนี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 4 กันยายน 2569
สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมยางธรรมชาติ ครึ่งปีหลัง คาดว่ายังได้รับแรงสนับสนุนจากโครงสร้างอุปทานโลกที่ตึงตัว โดยผลผลิตจากหลายประเทศผู้ผลิตสำคัญยังได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ขณะที่ราคายางธรรมชาติยังเคลื่อนไหวในระดับที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการที่สามารถบริหารต้นทุนและความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“คาดว่าแนวโน้มรายได้ในครึ่งปีหลังยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการใช้ยางธรรมชาติจากอุตสาหกรรมยางล้อ และภาคการผลิต บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด NER Creating Value Beyond Rubber เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”นายชูวิทย์ กล่าวในที่สุด
