บล.กสิกรฯ มองหุ้นไม่หลุด 1,400 ให้แนวต้าน 1,455 จุด

บล.กสิกรฯ มองหุ้นไม่หลุด 1,400 ให้แนวต้าน 1,455 จุด

HoonSmart.com>>บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยคาดหุ้นสัปดาห์หน้า มีแนวรับ 1,430 และ 1,415 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,455 และ 1,470 จุดตามลำดับ รอปัจจัยเดิมๆ ชี้นำ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ สถานการณ์การเมือง การประชุมกลุ่มโอเปกพลัส ส่วนค่าเงินบาท ธนาคารกสิกรไทยให้กรอบเคลื่อนไหว 30-30.40 บาท

บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย มองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (30 พ.ย.-4 ธ.ค.) ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,430 และ 1,415 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,455 และ 1,470 จุดตามลำดับ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและประเด็นทางการเมือง ตลอดจนสถานการณ์โควิด-19 ประเด็น Brexit และการประชุมของกลุ่มโอเปกพลัส

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนพ.ย. ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการเดือนพ.ย.ของจีน ญี่ปุ่นและยูโรโซน และอัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ย. ของไทย

หุ้นกลับมาปิดเหนือ 1,400 จุด โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,437.78 จุด เพิ่มขึ้น 3.49% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 96,545.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.19% ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 2.16% ปิดที่ 327.93 จุด

หุ้นดีดตัวขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ตามแรงซื้อต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ขานรับความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ก่อนจะปรับตัวลงตามความกังวลต่อประเด็นทางการเมือง อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นทยอยฟื้นตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางของตลาดหุ้นในภูมิภาค หลังมีสัญญาณว่ากระบวนการถ่ายโอนอำนาจระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนเก่าและคนใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว และมีข่าวดีเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการทดลองวัคซีนต้านโควิด-19 ตัวที่ 3 ในช่วงกลางสัปดาห์

สำหรับค่าเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (30 พ.ย.-4 ธ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวที่ 30.00-30.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามน่าจะอยู่ที่ถ้อยแถลงของประธานเฟด การตอบรับของตลาดต่อทีมเศรษฐกิจใหม่ของนายโจ ไบเดนว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สถานการณ์โควิด-19 โลก

เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อย แต่การเคลื่อนไหวยังเป็นกรอบแคบๆ ตลอดสัปดาห์ ตลาดรอติดตามสถานการณ์ทางการเมือง รวมถึงสัญญาณการเข้าดูแลค่าเงินบาทของทางการ นอกจากนี้กระแสเงินทุนไหลเข้าของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในตลาดพันธบัตรไทยมีสัญญาณชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงหลายสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ดีเงินบาทเริ่มทยอยแข็งค่ากลับมาในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ตามทิศทางของสกุลเงินในภูมิภาค รับข่าวดีเรื่องการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายหลังข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาด

ในวันศุกร์ (27 พ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 30.29 เทียบกับระดับ 30.32 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (20 พ.ย.)