บล.ดีบีเอสฯ เพิ่มเป้า STEC จาก 12 บาท เป็น 14.40 บาท คาดกำไรฟื้นตัวปีหน้า

บล.ดีบีเอสฯ เพิ่มเป้า STEC จาก 12 บาท เป็น 14.40 บาท คาดกำไรฟื้นตัวปีหน้า

HoonSmart.com>> บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ปรับคำแนะนำหุ้น STEC จากเต็มมูลค่า เป็น “ถือ” พร้อมปรับราคาพื้นฐานเป็น 14.40 บาท จากเดิม 12 บาท คาดอัตรากำไรฟื้นตัวปีหน้า หลังไตรมาส 3/63 ผลงานดีกว่า มองโอกาสสูงคว้างานเพิ่มหลังเซ็นรับงานเฟส 1 สนามบินอู่ตะเภา มูลค่า 1,857 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ปรับคำแนะนำ STEC ดีขึ้นเป็น ถือ จากเดิมเป็นไปในเชิงลบคือ เต็มมูลค่า (Fully Valued) โดยประเมินด้วยวิธี P/BV พร้อมปรับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 14.40 บาท จากเดิม 12 บาท คาดอัตรากำไรฟื้นตัวในปีหน้า ปรับประมาณการปีนี้และปีหน้าให้สูงขึ้นในอัตรา +18%/+36% ตามลำดับ สะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น โดยมีสัญญาณที่ดีมาตั้งแต่ประกาศงบการเงินไตรมาส 3/63

การที่บริษัทมีงานก่อสร้างในมือ (Backlog) จำนวนมากราว 70 พันล้านบาท จะทำให้การรับรู้รายได้มีความราบรื่นไปอีก 2 ปีข้างหน้า นอกจากนี้แนวโน้มกำไรตลอดปีนี้ยังอ่อน แต่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในปี 64 หรือปีหน้า สอดรับกับอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นตามโครงการก่อสร้างที่ให้รายได้ (Project Mix) ทั้งนี้คาดการณ์อัตราการเปลี่ยนแปลงกำไรปีนี้และปีหน้าเป็น -38%/+31% ตามลำดับ

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส มองกรณี STEC ลงนามสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (เฟสที่1) งานที่ต้องดำเนินการก่อน NTP มูลค่า 1.86 พันล้านบาท แค่จุดเริ่มต้น เฟส 1 เป็นงานจ้างออกแบบพัฒนางานรื้ออาคารซ่อมบำรุงอากาศยาน THAI งานก่อสร้างรั้วชั่วคราวและงานรักษาความปลอดภัย ใช้เวลา 18 เดือนนั้นเห็นว่าแค่เป็นจุดเริ่มต้น เพราะมูลค่างานโยธารวมเป็น 80 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทมีโอกาสจะได้สูง สอดรับกับที่เป็นหนึ่งในบริษัทร่วมทุน BBS ที่ชนะการประมูลพัฒนาสนามบิน หลังไตรมาส 3/63 ออกมาดีกว่าคาด

อ่านข่าว

STEC เซ็นรับงานสนามบินอู่ตะเภาเฟส 1 มูลค่า 1,857 ลบ.