บลจ.วรรณคาดสถาบันรอเก็บหุ้น 1,180 จุด หวังวัคซีนหนุนปีหน้า 1,440 จุด

บลจ.วรรณคาดสถาบันรอเก็บหุ้น 1,180 จุด หวังวัคซีนหนุนปีหน้า 1,440 จุด

HoonSmart.com>> บลจ.วรรณ มองแนวโน้มตลาดหุ้นมีลุ้นสิ้นปี 1,380 จุด มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุน ไม่มีโควิดรอบสอง คาด GDP ปีนี้หดตัว 7-8% ประเมินดัชนีหลุด 1,200 จุด มีแรงซื้อรอรับแถว 1,180 จุด กองทุนกอดเงินสดรอจังหวะเก็บหุ้น หวังวัคซีนต้านโควิดสำเร็จ หนุนหุ้นปี 64 แตะ 1,440 จุด

พจน์ หะริณสุต

นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยยังขาดปัจจัยบวกสนับสนุน โดยหากดัชนีหลุดแนวรับ 1,200 จุดลงมา คาดว่าจะมีแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันเข้าเก็บหุ้นแถวดัชนี 1,800 จุด เมื่อพิจารณาจากแนวรับไม่น่าหลุด 1,145-1,150 จุด โดยในส่วนของกองทุนภายใต้บริหารจัดการของบลจ.วรรณ ปัจจุบันถือเงินสดประมาณ 10% พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อหุ้น ขณะเดียวกันแนะนำนักลงทุนให้กระจายลงทุนตลาดหุ้นต่างประเทศ เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนรวมทดแทนหุ้นไทย

นายมณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.วรรณ กล่าวว่า ภาพการลงทุนเศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะถดถอยจากการระบาดของโควิด การฟื้นตัวมีความไม่แน่นอน โดยปัจจัยที่ตลาดติดตาม คือ ความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีน แม้ว่าจะอยู่ในเฟส 3 ที่คาดว่าจะรู้ผลปลายเดือนต.ค.นี้ ,การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจและการเงินโลก ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างช้าๆ คาดว่าปีนี้ GDP ติดลบ 7-8% และปีหน้าจะเริ่มขยายตัวดีขึ้นจากฐานที่ต่ำในปีนี้ อีกทั้ง คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากถูกกดดันจากระดับราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับต่ำเช่นกัน

อย่างไรก็ตามยังมีมุมมองต่อการลงทุนตลาดหุ้นปีนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ มีเป้าหมายดัชนีสิ้นปีนี้ที่ระดับ 1,380 จุด จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐที่ได้ผลตอบรับดีและไม่มีการระบาดระลอกสอง ส่วนปีหน้าตั้งเป้าดัชนีที่ 1,440 จุด ภายใต้สมมุติฐานกำลังการผลิตทั่วโลกและกิจกรรมทางการค้าเริ่มฟื้นตัว

“การชุมนุมทางการเมืองยยังกดดันตลาด ซึ่งหุ้นไม่ชอบความไม่แน่นอน จึงมองดัชนีระยะสั้นเคลื่อนไหวแถว 1,200-1,220 จุด ขณะเดียวกันตลาดยังรอความชัดเจนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และรอวัคซีน”ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.วรรณ กล่าว

สำหรับการเลือกตั้งสหรัฐ หากนายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธบดีสหรัฐ น่าจะส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโลก และเป็นบวกต่อตลาดหุ้น แม้ว่าจะมีนโยบายเก็บภาษีหุ้น เพราะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ Unlimited ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนน่าจะจบได้ไม่รุนแรงเท่ากับนโยบายทรัมป์

อ่านข่าว

บลจ.วรรณเสิร์ฟกองใหม่ ‘ลงทุนซื้อขายกรมธรรม์ประกันชีวิต’ ในสหรัฐกองแรกในไทย