บลจ.แอสเซท พลัส ชู 2 ธีมลงทุนครึ่งปีหลัง แนะ 7 กองทุนเด่น

บลจ.แอสเซท พลัส ชู 2 ธีมลงทุนครึ่งปีหลัง แนะ 7 กองทุนเด่น

HoonSmart.com>> บลจ. แอสเซท พลัส มองแนวโน้มลงทุนครึ่งปีหลัง ชู 2 ธีมน่าสนใจ “หุ้นกลุ่ม The winner” ได้ประโยชน์ท่ามกลาง COVID-19 “หุ้นจีน” พร้อมแนะ 7 กองทุนเด่นยุค New Normal

คมสัน ผลานุสนธิ

นายคมสัน ผลานุสนธิ กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจทั่วโลก จากการแพร่ระบาดที่รวดเร็วและยอดของผู้ติดเชื้อมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกโดยดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกได้ปรับตัวลดลงติดต่อกันต่อเนื่อง แต่ในขณะนี้สถานการณ์ได้ถูกควบคุมให้อยู่ในสถานการณ์ที่ดีขึ้นตามลำดับ เห็นได้จากตัวเลขการชะลอตัวของผู้ติดเชื้อทั่วโลก อีกทั้งในครั้งนี้ มีมาตรการในการจัดการการแพร่ระบาด รวมถึงกลไกของรัฐที่จะเข้ามาช่วยจัดการผ่านนโยบายทางการเงินและการคลัง

สำหรับในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ธีมการลงทุนที่บลจ.แอสเซทพลัสให้ความสนใจ คือ ธีมลงทุนในกลุ่ม The winner ที่ได้รับประโยชน์ท่ามกลางการแพร่ระบาด โดยบริษัทที่เป็น The winner จะต้องมี Business Model ในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กรและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ซึ่งมองว่าบริษัทที่มีคุณสมบัติดังกล่าว จะสามารถสร้างการเติบโตให้ธุรกิจในระยะยาว (Secular Growth) ซึ่งมองว่าธีมที่น่าสนใจถัดมา คือ China New Economy เนื่องจากสามารถจัดการ และควบคุมในการแพร่ระบาดได้ดี อีกทั้งภาคการบริโภคในประเทศ ยังมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาถึงประเทศในภูมิภาคอาเซียน ประเทศที่ได้ประโยชน์จากหลังจากการเกิดการแพร่ระบาด ได้แก่ ประเทศเวียดนาม เนื่องจากมีการควบคุมสถานการณ์ผู้ติดเชื้อได้ดีเมื่อเทียบกับประเทศกลุ่มอาเซียนด้วยกัน ทั้งยังได้ประโยชน์จากบริษัทต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นมีการย้ายฐานการผลิตส่วนใหญ่มาสู่เวียดนาม ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนที่สำคัญสำหรับการเติบโตของประเทศเวียดนามในระยะยาว

สำหรับประเทศไทย แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวในประเทศจะชะลอตัวลง จากการปิดประเทศเพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด แต่ทางภาครัฐบาลเองก็ได้ใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวในประเทศกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง และจากมาตรการควบคุมโรคที่ดี ส่งผลให้ภาพรวมของประเทศไทยดีขึ้น และน่าจะเป็นประเทศยอดนิยมในการท่องเที่ยวหลังจากการเปิดประเทศ สำหรับประเด็นที่ผมอยากให้จับตาในครึ่งปีหลังนั้นจะมี 6 ประเด็นหลักดังนี้

1. การกระตุ้นเศรษฐกิจที่มูลค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และจากรัฐบาลทั่วโลก โดยใน 7 เดือนที่ผ่านมามีการกระตุ้นจากภาครัฐและอัดฉีดเงินไปสู่ระบบเศรษฐกิจด้วยวงเงิน 3.6 ล้านล้านดอลลาห์สหรัฐ ซึ่งเศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าปี 2008 ในช่วงที่เกิดวิกฤต Subprime Crisis ทั้งยังมีแผนที่จะอนุมัติงบประมาณอีกจำนวนนึงเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสหรัฐ

2. การใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายทั่วโลก โดยธนาคารกลางสหรัฐและธนาคารกลางหลัก ๆ ทั่วโลก ได้อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเป็นจำนวนมหาศาล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากข้อมูลในอดีตนั้น ด้วยปริมาณเม็ดเงินจำนวนมหาศาล จะสามารถช่วยพยุงสภาพคล่องในภาคธุรกิจ และผลักดันให้ราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ ยังอยู่ในระดับสูงต่อไป

3. สถานการณ์เรื่องการแพร่ระบาด COVID-19 แม้ว่ายอดผู้ป่วยทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้น แต่จำนวนผู้ป่วยที่มีอาการของโรคในขั้นรุนแรงนั้นลดลง ส่งผลให้ Sentiment ของการลงทุนโดยรวมอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น

4. วัคซีนเพื่อป้องกัน COVID-19 ใกล้ความสำเร็จไปอีกขั้นแล้ว ซึ่งผลการทดลองของวัคซีน 8 ตัว ที่ขณะนี้อยู่ในเฟส 3 คาดว่าจะมีความคืบหน้าในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

5. จากสงครามการค้าสู่การแบนบริษัทเทคโลยียักษ์ใหญ่ของจีน จุดเริ่มต้นในครั้งนี้นั้นมาจากการที่สั่งปิดสถานกงศุลของซึ่งกันและกัน ลุกลามไปถึงปธน.ทรัมป์เซ็นคำสั่งห้ามสหรัฐฯ ทำธุรกิจกับบริษัท Tencent และ ByteDance เจ้าของแอพพลิเคชั่นชื่อดังอย่าง WeChat และ TikTok รวมทั้งกำลังจะพิจารณาแบน เว็บไซด์ อีคอมเมิช ชื่อดังอย่าง “Alibaba” เพิ่มเติม ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศจีนอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีของจีนมีสัดส่วนรายได้ที่มาจากสหรัฐค่อนข้างน้อย

6. สถานการณ์การเลือกตั้งที่เข้มข้น Joe Biden มีคะแนนความนิยมเหนือ Donald Trump ในช่วงหลัง เป็นผลมาจากความล้มเหลวในการจัดการการแพร่ระบาด COVID-19 และการประท้วงของคน African-American แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด ในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากประเด็นนี้อาจจะส่งผลต่อภาพรวมการลงทุนในอนาคตได้อย่างมีนัยยะ

ทั้งนี้ จากปัจจัยส่วนใหญ่นั้นส่งผลเชิงบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลก จากการมีสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ มีการใช้นโยบายทางการเงินและการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการควบคุมอัตราผู้ติดเชื้อที่ลดลง และการแนวโน้มความสำเร็จในการคิดค้นวัคซีน ซึ่งจะมาสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง

บลจ.แอสเซท พลัส แนะนำกองทุนเด่นที่สร้างโอกาสรับผลตอบแทนแก่นักลงทุน แบ่งตามธีมการลงทุน 7 กองทุนเด่น ได้แก่ ASP-DPLUS, ASP-IHEALTH, ASP-EVOCHINA, ASP-X, ASP-SME, ASP-VIET และ ASP-TOPBRAND

พร้อมกันนี้บลจ.แอสเซท พลัส จัดงานสัมมนา Forum 2020 Bull or Bear ในยุค New Normal หนุนนักลงทุนก้าวฝ่าวิกฤติ ผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook Live: Asset Plus Fund Management ในวันที่ 29 ส.ค.2563 เริ่มตั้งแต่ เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป