HoonSmart.com>>บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) บุกตลาดบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) เปิดตัวกองทุนส่วนบุคคล “Maybank Private Fund” นำร่อง 2 กลยุทธ์ลงทุน “หุ้นไทย-อาเซียน” ชูจุดแข็งความเชี่ยวชาญเชิงลึกในสองตลาด ผสานเครือข่ายระดับภูมิภาคคัดสรรหุ้น กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ 5 ล้านบาท เล็งขยายการลงทุนหุ้นทั่วโลก-ห้นจีน-ฮ่องกง

นายอารภัฎ สังขรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) หรือ MST กล่าวว่า บริษัทฯ เดินหน้าเติมเต็มธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) โดยเปิดตัว “Maybank Private Fund” กองทุนส่วนบุคคลสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ภายใต้การบริหารจัดการโดยทีมผู้จัดการกองทุน โดยมีจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญเชิงลึกในตลาดหุ้นไทยและอาเซียน ผสานความแข็งแกร่งจากเครือข่ายระดับภูมิภาคของกลุ่มเมย์แบงก์และกลยุทธ์การลงทุนตามมาตรฐานระดับสากล ผ่านกองทุนส่วนบุคคลหุ้นไทย และกองทุนส่วนบุคคลหุ้นอาเซียนซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
ท้งนี้ บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตจดตั้งกองทุนส่วนบุคคลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ช่วงปลายเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ประมาณ 300 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นความมั่นคงของผลประกอบการและการเติบโตของพอร์ตของนักลงทุนเป็นแกนสำคัญ มากกว่าการเร่งขยายขนาด AUM เพียงอย่างเดียว ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ เป็นผู้นำในกลุ่มลูกค้ารายย่อย (Retail) มีฐานลูกค้าอยู่จำนวนมาก จึงเป็นโอกาสในการนำเสนอการลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคล
สำหรับเป้าหมายการเติบโตในปีแรกตั้งเป้าเม็ดเงินลงทุนใหม่ไว้ที่ 1,000-2,000 ล้านบาท และคาดว่าภายในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า จะสามารถผลักดันกองทุน Private Fund 2 โมเดล ให้แต่ละกลยุทธ์เติบโตไปถึงระดับ 2,000 ล้านบาทต่อโมเดล หรือรวม 4,000 ล้านบาท พร้อมวางเป้าหมายระยะยาว 10 ปีที่จะขยายฐานสินทรัพย์ขึ้นไปสู่ระดับ 10,000 ล้านบาท
“Maybank Private Fund ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับบทบาทของเมย์แบงก์ จากผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์และธุรกรรมการลงทุน สู่การเป็น Strategic Wealth Partner ที่ให้บริการวางแผนการเงินและการบริหารความมั่งคั่งแบบองค์รวม ตามพันธกิจในการขยายโอกาสให้นักลงทุนไทย ซึ่งในอดีตจำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งระดับสูงสุดเพียงไม่ถึง 1% ของประเทศ ให้สามารถเข้าถึงการบริหารเงินในรูปแบบกองทุนส่วนบุคคลได้มากขึ้น พร้อมขับเคลื่อนเงินทุนไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพ ควบคู่กับสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยและภูมิภาคอย่างยั่งยืน”นายอารภัฎ กล่าว
ปัจจุบันตลาดบริหารความมั่งคั่งผ่านกองทุนส่วนบุคคลในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 12.6% ต่อปี ในช่วงปี 2560 ไปจนถึงไตรมาสที่ 1 ของปี2569 โดยกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่มีความต้องการบริการที่ตอบโจทย์ได้มากกว่าการนำเสนอผลิตภัณฑ์ลงทุนเป็นรายตัว อีกทั้งทางบริษัทพร้อมวางให้ Maybank Private Fund เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขยายธุรกิจ Wealth Management
3 จุดแข็งต่อยอด ไทย–อาเซียน สู่ Private Fund ที่โดดเด่น
1.Focused Strategy : หัวใจสำคัญของ Maybank Private Fund คือมุ่งสร้างผลตอบแทนผ่านกองทุนส่วนบุคคลเพียง 2 กลยุทธ์หลักคือหุ้นไทยและหุ้นอาเซียนเท่านั้น และจะมีการจำกัดขนาดของกองทุนสำหรับกลยุทธ์หุ้นไทยเพื่อให้ทางทีมสามารถโฟกัสและมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
2.Dedicated Team: กองทุนส่วนบุคคลของเมย์แบงก์ได้รับการดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มากประสบการณ์ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ที่ทำหน้าที่วางกลยุทธ์ ติดตาม และบริหารพอร์ตอย่างใกล้ชิด ภายใต้แนวคิด Alignment of Interests ที่ยึดโยงความสำเร็จของลูกค้าเข้ากับความสำเร็จของบริษัท ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกการตัดสินใจลงทุนมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ การสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในระยะยาว
3.Understand Local, Think Global: เมย์แบงก์มีความเชี่ยวชาญและความได้เปรียบอย่างชัดเจน ด้วยการมีฐานธุรกิจในภูมิภาค มีความเข้าใจตลาดในแต่ละประเทศอย่างลึกซึ้ง และมีเครือข่ายที่ช่วยให้ทีมลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูล ผู้บริหาร และโอกาสทางธุรกิจในพื้นที่ได้โดยตรง โดยผสาน Local Insights ในประเทศไทยและอาเซียนเข้ากับ ASEAN and Global Connectivity เพื่อให้นักลงทุนเข้าถึงทั้งบริษัทไทยที่มีศักยภาพเติบโตเหนือภาพรวมตลาด และบริษัทชั้นนำระดับภูมิภาคที่ไม่สามารถหาได้จากตลาดหุ้นไทยเพียงแห่งเดียว
ด้านนายกันชนะพล วัน คอมเพอร์นอล์เลอ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า จังหวะการลงทุนในไทยและอาเซียนวันนี้ไม่ใช่การลงทุนแบบเหมารวมทั้งภูมิภาค เพราะแต่ละประเทศ อุตสาหกรรม และบริษัทอยู่ในวัฏจักรที่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือการแยกให้ออกว่าการเติบโตใดเป็นเพียงกระแสระยะสั้น และการเติบโตใดสามารถเปลี่ยนเป็นกำไรและมูลค่าของบริษัทได้จริง เราจึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกบริษัทที่มีธุรกิจคุณภาพ ผู้บริหารแข็งแกร่ง มีปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตชัดเจน และมีราคาที่สะท้อนโอกาสอย่างเหมาะสม
พร้อมกำหนดขนาดการลงทุนตามระดับความเชื่อมั่นและความเสี่ยง ไม่ใช่เพียงเลือกหุ้นที่ดี แต่ต้องรู้ว่าควรลงทุนเมื่อใด ลงทุนมากเพียงใด และเมื่อใดที่สมมติฐานเดิมไม่เป็นจริง เป้าหมาย ของ Maybank Private Fund จึงไม่ใช่การสร้างพอร์ตที่มีหน้าตาเหมือนดัชนี แต่คือการสร้างพอร์ตจากบริษัทจำนวนไม่มากที่เราเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และสามารถปรับได้เมื่อข้อมูลหรือสภาวะตลาดเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงโอกาสของไทยและอาเซียนภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงที่มีวินัย
บริหารเชิงรุก คัดสรรการลงทุนอย่างพิถีพิถัน ภายใต้กรอบการลงทุนและวินัยที่เข้มงวด
Maybank Private Fund ใช้แนวทางการบริหารเชิงรุก หรือ Active Management โดยผสานการวิเคราะห์ภาพรวมทางเศรษฐกิจ ประเทศ และอุตสาหกรรมแบบ Top-down เข้ากับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานรายบริษัทแบบ Bottom-up เพื่อคัดเลือกหลักทรัพย์ประมาณ 15–30 บริษัท ที่ทีมลงทุนมีความเชื่อมั่นจากการศึกษาเชิงลึก กระบวนการคัดเลือกไม่ได้พิจารณาเฉพาะข้อมูลทางการเงิน แต่ครอบคลุมถึงการเข้าพบผู้บริหาร การเยี่ยมชมกิจการ และการตรวจสอบข้อมูลกับผู้เชี่ยวชาญ ลูกค้า และคู่ค้าของบริษัท เพื่อประเมินศักยภาพของธุรกิจคุณภาพ ของผู้บริหาร ปัจจัยสร้างมูลค่า และความเสี่ยงอย่างรอบด้าน
นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนยังสามารถปรับน้ำหนักรายหลักทรัพย์ กลุ่มอุตสาหกรรม และประเทศ รวมถึงถือเงินสดหรือพักเงินในตลาดเงินเพื่อรอจังหวะลงทุน โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเต็มพอร์ตหรือลงทุนตามน้ำหนักของดัชนีตลอดเวลา ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับมือทั้งโอกาสและความผันผวนของตลาด

2 นโยบายการลงทุน จากความเชี่ยวชาญตลาดไทยสู่โอกาสทั่วอาเซียน
Maybank Private Fund เปิดให้บริการผ่าน 2 กลยุทธ์การลงทุนหลัก ได้แก่ MSTPF Thai Equity ซึ่งมุ่งลงทุนในบริษัทจดทะเบียนไทย ที่ทีมลงทุนเชื่อว่าสามารถเติบโตเหนือภาพรวมของตลาด โดยอาศัยความเข้าใจเชิงลึกในประเทศ การเข้าถึงผู้บริหาร และความสามารถในการค้นหาหุ้นที่มีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัว
กลยุทธ์ไม่ได้มุ่งสร้างพอร์ตให้ใกล้เคียงกับดัชนี SET แต่เน้นคัดเลือกบริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขัน มีศักยภาพสร้างการเติบโต และมีระดับราคาที่น่าสนใจ
ขณะที่ MSTPF ASEAN Equity มุ่งลงทุนในบริษัทศักยภาพสูงทั่วภูมิภาคอาเซียน ครอบคลุมประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงบริษัทชั้นนำระดับภูมิภาคและปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ โดยทีมลงทุนสามารถปรับน้ำหนักรายประเทศแบบ Active ตามแนวโน้มเศรษฐกิจ ระดับมูลค่า และโอกาสเฉพาะของแต่ละตลาด โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนตามสัดส่วนของดัชนีเสมอไป ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการเติบโตจากประเทศใดประเทศหนึ่ง และเปิดโอกาสให้พอร์ตได้รับประโยชน์จากการเติบโตของภูมิภาคอย่างหลากหลาย
เข้าถึงการบริหารพอร์ตโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ เริ่มต้นเพียง 5 ล้านบาท
ความแข็งแกร่งของ Maybank Private Fund ไม่ได้อยู่เพียงที่ความสามารถในการค้นหาโอกาสลงทุน แต่รวมถึงการนำประสบการณ์ของทีมมาใช้บริหารความเสี่ยงตลอดกระบวนการ โดยทีมประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารกองทุน การวิเคราะห์หลักทรัพย์ วาณิชธนกิจ และการลงทุนในตลาดไทยและต่างประเทศ
Maybank Private Fund เปิดรับเงินลงทุนขั้นต่ำ 5 ล้านบาท สำหรับทั้ง MSTPF Thai Equity และ MSTPF ASEAN Equity โดยนักลงทุนจะได้รับรายงานผลการดำเนินงานและข้อมูลพอร์ตเป็นประจำทุกเดือน พร้อมบทวิเคราะห์เพิ่มเติมเป็นรายไตรมาส ทั้งนี้ รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
นอกจากนี้บริษัทฯ เตรียมขยายกลยุทธ์การลงทุนสู่ MSTPF Global Equity เพื่อเปิดรับโอกาสการลงทุนทั่วโลกผ่านตลาดหุ้นของประเทศ G10, และตลาดหุ้นของประเทศจีนและฮ่องกง โดยกลุ่มประเทศ G10 ประกอบด้วย ประเทศเบลเยียม, แคนาดา, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เนเธอร์แลนด์, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา
———————————————————————————————————————————————————–

