บล.ทิสโก้ลั่นหุ้นไทยยังไม่แพง เพิ่ม EPS 2 ปีออลไทม์ไฮ แนะ 4 ธีมเลือกหุ้นเทรดดิ้ง

HoonSmart.com>>บล.ทิสโก้เผยไตรมาส 2/69 บจ.ฟันกำไรรวม 3.90 แสนล้านบาท สูงเกินคาด ทุบสถิติสูงสุดใหม่ 2 ไตรมาสซ้อน ปรับเป้ากำไรต่อหุ้นตลาดถี่ขึ้น ล่าสุดปีนี้ 110.4 บาท/หุ้น ปีหน้า 115.1 บาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ชี้เป้า 1,670 ปีหน้า 1,714 หุ้นไทยยังไม่แพง ตัด DELTA ออก PE แค่ 12.5 เท่า หุ้น 60% เทรดต่ำบุ๊ค ต่างชาติขายเดือนส.ค.แค่ปรับพอร์ต แนะ 4 ธีมเฟ้นหุ้นเทรดดิ้ง  กำไรโต-ท่องเที่ยว-XD ปันผลมากกว่า 2% เชียร์ 10 หุ้นกลาง-ใหญ่ร่วมงาน Thailand Focus  

บล.ทิสโก้ เผยกลยุทธ์การลงทุนหลังจากกำไรบจ.ไตรมาสที่ 2/2569 แตะระดับสูงสุดใหม่สองไตรมาสซ้อน หนุน SET Index มีแนวโน้มไปต่อ

บจ.สร้างสถิติกำไรสูงสุดใหม่ 2 ไตรมาสซ้อน
จากการรวบรวมผลประกอบการไตรมาสที่ 2/2569 จำนวน 678 บริษัท (ข้อมูลภาคเช้า ณ วันที่ 17 ส.ค.) คิดเป็นสัดส่วน 95% ของบริษัท
ทั้งหมดใน SET ที่ 714 บริษัท และคิดเป็น 98% ของมูลค่าตลาดรวม มีกำไรสุทธิรวม 3.90 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น +13% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และ +12% จากไตรมาสแรกปีนี้ (QoQ) สร้างสถิติสูงสุดใหม่ 2 ไตรมาสซ้อน

กลุ่มที่มีกำไรเติบโตดีทั้งYoY และ QoQ คือ พลังงาน (+22% YoY, +30% QoQ), ICT (+41% YoY,+29% QoQ) และปิโตรเคมี (พลิกมีกำไร YoY, เพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า QoQ)

ขณะที่กลุ่มที่มีกำไรลดลงทั้ง YoY และ QoQ คือ อาหาร (37% YoY, -6% QoQ) และขนส่ง (-55% YoY, -56% QoQ)

หากเปรียบเทียบกำไรที่ประกาศออกมากับประมาณการของตลาดโดยรวม (Bloomberg Consensus) จำนวน 140 บริษัท การรายงานงบดีกว่าคาดมีสัดส่วนมากที่สุด 45% ตามด้วยเป็นไปตามคาด 32% และแย่กว่าคาดเพียง 23%

กำไรของหุ้นขนาดใหญ่ที่ออกมาดีกว่าคาดส่วนใหญ่มาจากกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี หลัก ๆ มาจากกลุ่มปตท.( PTT) ที่ทำกำไรได้เพิ่มขึ้นและดีกว่าคาดมากจากส่วนต่างราคาปิโตรเคมี อัตราค่าการกลั่น และผลการดำเนินงานในธุรกิจก๊าซที่แข็งแกร่ง,กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ส่วนใหญ่มาจากSCC รับอานิสงส์จากธุรกิจปิโตรเคมี (SCGC) และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (SCGP) ที่ฟื้นตัวขึ้นรวมทั้งมีเงินปันผลรับมาช่วยเสริมกำไรด้วย

กลุ่มขนส่งเนื่องจาก AOT มีการกลับรายการสำรองหนี้สูญที่เกี่ยวข้องกับ THAI หลังออกจากแผนฟื้นฟูกิจการและมีค่าใช้จ่ายด้าน
สวัสดิการพนักงานลดลง และกลุ่มธนาคาร จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตดี โดยเฉพาะธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

หุ้นไทยยังไม่แพงถ้าวิ่งเข้าเป้า EPS ใหม่

SET EPS ถูกปรับขึ้น 6 เดือนติดสู่จุดสูงสุดใหม  เรายังเห็นสัญญาณตลาดปรับประมาณการกำไรขึ้นต่อเนื่อง กำไรต่อหุ้นของตลาด ( SET EPS) ในปี 2569-2570ปรับขึ้น+8.4% / +2.7% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ล่าสุดขึ้นมาอยู่ที่ 110.4 บาท/หุ้น และ 115.1 บาท/หุ้น ตามลำดับ เป็นประมาณการ SET EPS ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ถ้าแนวโน้มกำไรเกิดขึ้นจริงตามที่คาดการณ์ไว้ หุ้นไทยถือว่ายังไม่แพงเมื่อเทียบกับในอดีต และหากไม่รวมหุ้น DELTA, 12m Fwd. PER หุ้นไทยในปัจจุบันจะลดลงจาก 14.5 เท่า เหลือเพียง 12.5 เท่า

หุ้น 60% เทรดต่ำมูลค่าหุ้นทางบัญชี  ปันผลสูงเกือบ 4%

นอกจากนี้ยังมีจำนวนบจ.ไทยสูงถึงเกือบ 60% ที่ราคาหุ้นยังเทรดต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชีหรือ BV (vs 66% ในช่วงสิ้นปี 68 ) แถมหุ้นไทยยังมีเงินปันผลเกือบ 4%ที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหุ้นในภูมิภาค ดังนั้นยังมีโอกาสที่ SET Index จะปรับตัวขึ้นต่อในช่วงที่เหลือของปีนี้ เรายังคงเป้าหมาย SET Index ปีนี้และปีหน้าที่ 1,670 และ 1,714 ตามลำดับ

ส.ค.ต่างชาติขายแค่ปรับพอร์ต
กระแสเงินทุนต่างชาติที่พลิกเป็นลบในเดือน ส.ค. ไม่น่ากลัว มองเป็นการขายปรับพอร์ต ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของไทยดีขึ้น
ไม่ว่าจะแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและกำไรของบจ.คาดจะยังดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าอยู่ในระยะข้างหน้า

การแกว่งไซด์เวย์สร้างฐานของ SET Index มองเป็นจังหวะในการตั้วรับแบบ “Selective BUY” มีแนวรับ 1585-90, 1570 และแนวต้าน 1630+/-,1660

จับตา 3 ปัจจัย

ปัจจัยติดตามสำคัญในครึ่งหลังของเดือน ส.ค.
(1) การประชุม กนง.ในวันที่ 26 ส.ค. เราคาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% พร้อมทั้งยังมีท่าทีที่ค่อนข้างผ่อนคลาย
(2) การจัดงาน Thailand Focus ในวันที่ 26-28 ส.ค. – จากการศึกษาข้อมูลในอดีต SET Index มักตอบสนองเชิงบวกด้วยการปรับตัวขึ้นดีที่สุดในช่วง 2 สัปดาห์ภายหลังการจัดงาน โดยมีโอกาสในการปรับตัวขึ้นเกือบ
70% และค่าเฉลี่ยผลตอบแทนอยู่ที่ +1.4%

(3) การประชุมประจำปี Jackson Hole Economic Policy Symposium ในวันที่ 27-29 ส.ค. – ต้องจับตาการส่งสัญญาณของกรรมการเฟดต่อทิศทางนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า แต่ยังเชื่อว่าเฟดจะปรับขึ้น
อัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2569

แนะ 4 ธีมหุ้นแนะนำเทรดดิ้งในระยะสั้น
(1) หุ้นที่ตลาดมีโอกาสปรับมุมมองในเชิงบวกขึ้นหลังงบไตรมาสที่ 2 ดีกว่าคาดและครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มเชิงบวก – AMATA, BCP, BJC, CENTEL, GFPT, IRPC, PTT, TASCO

(2) หุ้นท่องเที่ยวคาดจะได้ประโยชน์จาก “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ฤดูกาลท่องเที่ยวและการจัดงานต่าง ๆ ในช่วงปลายปีนี้ – AWC, CENTEL, ERW, MINT, SPA, AOT, THAI

(3) หุ้นขนาดกลาง-ใหญ่เข้าร่วมงาน Thailand Focus ปีนี้ที่น่าสนใจในมุมมองของเรา – AMATA, BJC, CBG, CK, COM7, CPN, KBANK, KTB, PLANB, SJWD

(4) หุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผล(ยีลด์)> 2% และมี Upside > 10% หากราคาอ่อนตัวลงมองเป็นจังหวะตั้งรับ-สะสม – SCCC (XD 18 ส.ค. @ 4 บาท ), AAI (XD 19 ส.ค. @ 0.1416บาท ), AMATA (XD 26 ส.ค. @ 0.60 บาท ), ICHI (XD 26 ส.ค. @ 0.45บาท ), MEGA (XD 26 ส.ค. @ 0.85 บาท )