HoonSmart.com>>เดือดส่งท้ายไตรมาส 2! บริษัท แพลน บี มีเดีย (PLANB) ทุ่ม 7,219 ล้านบาท ฮุบหุ้นใหญ่ คอมเซเว่น (COM7) แตะ 11.01% ใช้เงินกู้ 109% พร้อมนำหุ้นค้ำประกัน เปิดเกมรุกข้ามสายพันธุ์จาก “เจ้าพ่อป้ายโฆษณา” สู่ Tech Ecosystem ระดับประเทศ
บริษัท แพลน บี มีเดีย (PLANB) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ว่า คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติเพิ่มวงเงินลงทุนใน บริษัท คอมเซเว่น (COM7) ผู้นำค้าปลีกสินค้าไอทีรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ส่งผลให้ PLANB ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ด้วยสัดส่วน 11.01%
มูลค่าเงินลงทุนครั้งนี้ รวม 7,219 ล้านบาท ชำระด้วยเงินสดผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ฯ
จำนวนหุ้นที่เข้าซื้อรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 263 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 11.01% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ COM7
ธุรกรรมดังกล่าวปิดดีลเรียบร้อย ณ สิ้นวันทำการของวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดย PLANB ได้เข้าซื้อหุ้นจำนวน 263 ล้านหุ้นสำเร็จเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย
ทั้งนี้ การเข้าควบคุมสัดส่วนหุ้นในครั้งนี้ มีการทยอยสะสมผ่านมติคณะกรรมการ 2 ระลอก โดยรอบแรก วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 บอร์ดอนุมัติครั้งแรกเพื่อเข้าซื้อหุ้นจำนวนไม่เกิน 93 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 3.89%
ครั้งที่ 2 วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บอร์ดมีมติขยายกรอบการลงทุนเพิ่มเป็นไม่เกิน 263 ล้านหุ้น และเข้าทำรายการจนครบถ้วนในวันเดียวกัน
เมื่อนำดีลนี้มารวมกับรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์อื่น ๆ ของ PLANB ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ขนาดรายการพุ่งขึ้นไปสูงถึง 42.39% เมื่อคำนวณตามเกณฑ์กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน อ้างอิงงบการเงินรวมสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 PLANB มีกำไรสุทธิรอบ 12 เดือน สิ้นสุด 31 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 1,119.93 ล้านบาท ขณะที่ COM7 มีกำไรสูงถึง 4,309.79 ล้านบาท เมื่อคำนวณขนาดธุรกรรมตาม เกณฑ์กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน ทำให้ดีลนี้มีนัยสำคัญต่อสถานะทางการเงินจัดเป็น “รายการประเภทที่ 2” ตามเกณฑ์ของ ตลท. ทำให้ PLANB มีภาระผูกพันทางกฎหมายที่จะต้องส่งหนังสือแจ้งรายละเอียดสรุปสารสนเทศให้ผู้ถือหุ้นรับทราบภายใน 21 วัน โดยธุรกรรมนี้ไม่เข้าข่ายรายการที่เกี่ยวโยงกันและไม่ต้องขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
PLANB เห็นว่า COM7 เป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีกและจัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลในประเทศไทย โดยมีเครือข่ายสาขาและช่องทางการจำหน่ายที่ครอบคลุม ภายใต้แบรนด์หลักที่เป็นที่รู้จักในตลาด เช่น BaNANA และ Studio7 พร้อมโครงสร้างธุรกิจแบบครบวงจรตั้งแต่ค้าปลีก ค้าส่ง บริการหลังการขาย และช่องทางออนไลน์ รวมถึงฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง และมีศักยภาพในการเติบโตตามแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ COM7 ยังมีการขยายธุรกิจไปยังบริการใน Ecosystem ของสินค้าเทคโนโลยี อาทิ บริการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงสินค้า และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ EV ซึ่งสะท้อนถึงการต่อยอดจากธุรกิจค้าปลีกสู่บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
เชื่อว่าการลงทุนใน COM7 จะช่วยสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้แก่บริษัทในระยะยาว รวมถึงผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลตามผลประกอบการและนโยบายการจ่ายเงินปันผลของ COM7 ตามการเติบโตของธุรกิจและการขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและบริการที่เกี่ยวเนื่อง ตลอดจนเปิดโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างบริษัทและ COM7 เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ สร้างโอกาสในการเติบโต และเพิ่มมูลค่าให้แก่บริษัทและผู้ถือหุ้นในระยะยาว
สำหรับ แหล่งเงินทุน PLANB เลือกใช้ เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเต็มจำนวน (100%) โดยไม่มีการใช้เงินสดสำรองของบริษัทหรือการเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นเดิมเลย
โครงสร้างหนี้ดังกล่าวมีเงื่อนไขผูกพัน 3 ข้อ
1.การใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขทางการเงินที่ดีที่สุด PLANB ยอมรับเงื่อนไขในการ นำหุ้น COM7 บางส่วนที่เพิ่งซื้อมา ไปจดจำนำเป็นหลักประกัน ให้กับธนาคารผู้ให้กู้ทันที
2.เงื่อนไขผูกพันเงินปันผล สัญญาเงินกู้ระบุเงื่อนไขพิเศษ (Covenant) ว่า PLANB มีหน้าที่ต้องนำเงินปันผลที่ได้รับจากการถือหุ้น COM7 ในอนาคต “บางส่วน” ส่งตรงกลับไปชำระคืนเงินกู้ก้อนนี้ให้กับธนาคารตามกำหนด
3.เสถียรภาพของบริษัทแม่ แม้จะแบกหนี้ก้อนโต แต่สัญญานี้ ไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับการจ่ายเงินปันผลของ PLANB ทำให้ผู้ถือหุ้นของ PLANB ยังคงเบาใจได้ในระดับหนึ่งว่าบริษัทจะยังคงจ่ายปันผลได้ตามปกติ ตราบใดที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (OOH Media) ยังคงแข็งแกร่ง
บริษัทฯ ยืนยันว่าการจัดหาเงินทุนครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องหรือการดำเนินงานปกติ
ทาง PLANB ระบุว่า การประเมินมูลค่าหุ้นคำนวณจาก1.ความสามารถในการสร้าง “กระแสเงินสดสุทธิ” ในอนาคตของ COM7 แล้วคิดลดกลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน 2. ราคาซื้อขายเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในตลาดย้อนหลัง (Volume Weighted Average Price: VWAP)
3. ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Analyst Consensus)
4. การเปรียบเทียบอัตราส่วนมูลค่ากับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน
5. ธุรกรรมการซื้อขายกิจการในอดีต
การเข้าถือหุ้น 11.01% ในครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ PLANB กระจายความเสี่ยงและเปลี่ยนผ่านองค์กรจากผู้ให้บริการสื่อโฆษณา ไปสู่ผู้ร่วมขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลไลฟ์สไตล์และพาณิชยกรรมของไทยในระยะยาว
