HoonSmart.com>>ปูนซิเมนต์ไทย เผย เอสซีจี เคมิคอลส์ ในเครือ SCC ทยอยขายหุ้น PT Chandra Asri Pacific Tbk (CAP) 14.86% มูลค่า 24,900 ล้านบาท เหลือถือ 15.71% ธุรกรรมไม่กระทบกำไรสุทธิ ลดหนี้ มุ่งลงทุนธุรกิจหลัก ไม่ส่งผลต่องบกำไรขาดทุนของ SCC
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย (SCC) แจ้งความคืบหน้า การจำหน่ายหุ้นใน PT Chandra Asri Pacific Tbk ประเทศอินโดนีเซีย ของบริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) ตามที่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย ได้รายงานให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 ว่า บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) ที่ SCC ถือหุ้นทั้งหมด อยู่ระหว่างเตรียมการลดสัดส่วนการถือหุ้นสามัญใน PT Chandra Asri Pacific Tbk (หรือ “CAP”) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (Indonesia Stock Exchange: IDX) นั้น
SCC ขอเรียนให้ทราบว่า เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 SCGC ได้ทยอยจำหน่ายหุ้น CAP ผ่านกระดานหลัก (Main Board) และกระดานซื้อขายรายใหญ่ (Big-Lot Board) ใน IDX รวมจำนวนหุ้นที่จำหน่ายประมาณ 14.86% มีมูลค่าธุรกรรมรวมประมาณ 24,900 ล้านบาท ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวจะรับรู้ในงบฐานะการเงินตามมาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ส่งผลต่องบกำไรขาดทุนของ SCC
เนื่องจากปริมาณหุ้น CAP ที่จะจำหน่ายมีจำนวนมากเมื่อเทียบกับสภาพคล่องของหุ้น CAP ใน IDX ตลอดจนสภาวะตลาดทุนโดยรวมของประเทศอินโดนีเซีย SCGC ได้มีความพยายามในการขายหุ้น CAP มาตลอด โดยได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงิน รวมทั้งได้ว่าจ้างผู้ประเมินราคาซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำที่มีความเป็นอิสระ เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางและช่วงระดับราคาที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท อีกทั้งได้ให้นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker) ดำเนินการหาผู้ซื้อหุ้น และเมื่อสภาวะตลาดมีความเหมาะสม จึงได้เริ่มทยอยขายหุ้น CAP ใน IDX ดังที่ได้รายงานไปข้างต้น
ภายหลังการทำธุรกรรมครั้งนี้แล้วเสร็จ SCGC จะมีสัดส่วนการถือหุ้นใน CAP คงเหลือประมาณ 15.71% และยังคงจัดประเภทเงินลงทุนดังกล่าวเป็นเงินลงทุนอื่น (Other Investments)
การจำหน่ายหุ้น CAP ดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ SCGC ในการลดภาระทางการเงิน (Deleverage) และจัดสรรเงินลงทุนไปสู่ธุรกิจหลัก ซึ่งเป็นแหล่งการเติบโตในอนาคต เช่น โครงการเพิ่มการใช้วัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน Long Son Petrochemicals ประเทศเวียดนาม เป็นต้น
การทำธุรกรรมดังกล่าวเป็นการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ซึ่งมีขนาดรายการ 11.39% ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามงบการเงินรวมของ SCC สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 อนึ่ง เมื่อรวมรายการดังกล่าวกับรายการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนก่อนการทำรายการตามหนังสือนี้ รวมเป็น 11.39%
ดังนั้นการรายงานสารสนเทศข้างต้นจึงไม่เข้าข่ายที่จะต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเรื่องการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ และไม่ใช่รายการที่เกี่ยวโยงกัน
