HoonSmart.com>>กระทรวงการคลังกางแผนปฏิรูปบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปรับปรุงฐานข้อมูลใหญ่รอบ 5 ปี เร่งสแกนสิทธิคนจน 9 ล้านคน พบวัยทำงาน 5 ล้านคนรายได้ไม่ถึงแสนต่อปี เตรียมเพิ่มทักษเชิงลึก พร้อมยืนยันระบบใหม่ไม่กระทบภาระทางการคลัง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี 2569 ในหัวข้อ “ศักยภาพของเศรษฐกิจไทยและมาตรการของรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ”ว่า รัฐบาลได้ทบทวนและอัปเดตฐานข้อมูลผู้ได้รับสิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ครั้งใหญ่ในรอบกว่า 5 ปี เพื่อแก้ปัญหารั่วไหลและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรงบประมาณให้ถึงมือผู้ที่ยากจนที่สุดอย่างแท้จริง
จากข้อมูลเชิงลึกของการลงทะเบียนล่าสุด พบว่ามีประชาชนยื่นขอรับสิทธิกว่า 18 ล้านคน โดยผ่านเกณฑ์คัดกรองรอบใหม่ราว 9 ล้านคน และสามารถดึงผู้ตกหล่นรายใหม่เข้าสู่ระบบได้ถึง 2.3 ล้านคน
ส่วนปัญหาข้อร้องเรียนเรื่องการหลุดขอบสิทธิของผู้ได้รับสิทธิเดิม ไม่ได้เกิดจากความเข้มงวดของเกณฑ์คัดกรอง แต่เกิดจากช่องว่างของฐานข้อมูลภาครัฐ (Data Gap)ที่ไม่ได้ถูกปรับปรุงให้ทันสมัยมาเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม กระบวนการสำรวจครั้งนี้ยังช่วยให้เห็นปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เช่น กรณีผู้มีรายได้น้อยถูกนำชื่อไปแอบอ้างเป็นกรรมการบริษัทหรือถือครองหุ้น ซึ่งภาครัฐอยู่ระหว่างการเยียวยาและคืนสิทธิตามขั้นตอน
นายเอกนิติ กล่าวว่า โครงสร้างของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบัน กว่า 50% เป็น ประชากรวัยทำงาน อายุ 20–60 ปี จำนวนสูงถึง 5 ล้านคน เป็นกลุ่มที่ไม่มีสินทรัพย์ และมีรายได้เฉลี่ยไม่ถึง 100,000 บาทต่อปี
รัฐบาลจึงปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์นโยบายสังคม จากเดิมที่เน้นการจ่ายเงินเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนระยะสั้น (Passive Welfare) มาเป็นการพัฒนาทักษะแรงงานเชิงลึก (Reskilling & Upskilling) และการจัดหางานที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มวัยแรงงานสามารถสร้างรายได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน และก้าวข้ามผ่านกับดักความยากจนในระยะยาว
ทั้งนี้ ยืนยันว่าการปรับปรุงสิทธิ์และการเพิ่ม-ลดจำนวนผู้ถือบัตร ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการจัดสรรงบประมาณแต่อย่างใด เนื่องจากงบประมาณสนับสนุนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้เฉลี่ยปีละ 60,000 ถึง 70,000 ล้านบาท หรือรวมกว่า 1 ล้านล้านบาทในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
การปฏิรูปครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเน้นที่การขยายวงเงินงบประมาณ แต่เป็นการส่งมอบความช่วยเหลือให้ “ตรงกลุ่ม ตรงจุด” (Targeted Intervention) เพื่อให้ทรัพยากรทางการคลังถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าที่สุด โดยไม่กระทบต่อโครงสร้างสวัสดิการพื้นฐานอื่นๆ ของประเทศ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเบี้ยความพิการ ที่ยังคงได้รับการดูแลควบคู่กันไป
———————————————————————————————————————————————————–

