ทริสฯหั่นเครดิต “TPOLY” เหลือ “D” เหตุผิดนัด ลดอันดับ”TPCH’บริษัทย่อยสู่ “B”จาก “B+”

HoonSmart.com>> ทริสเรทติ้งปรับลดอันดับเครดิตองค์กรของ TPOLY จาก “B+” ลงสู่ “D” หลังผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ระยะสั้น พร้อมลดอันดับเครดิตองค์กรของ TPCH บริษัทย่อย ลงมาอยู่ที่ระดับ “B” จากเดิมที่ระดับ “B+” และคงแนวโน้มอันดับเครดิต “Negative” (ลบ)

บริษัททริสเรทติ้ง ระบุว่า ตามที่มีการเปิดเผยในงบการเงินล่าสุด บริษัท ไทยโพลีคอนส์ (TPOLY) ไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้ระยะสั้นจำนวน 108.4 ล้านบาทได้ตามกำหนด โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ให้กู้เพื่อขอขยายกำหนดเวลาชำระหนี้และคาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในระยะอันใกล้

การไม่สามารถชำระหนี้ดังกล่าวสะท้อนถึงสถานะสภาพคล่องที่อ่อนแอลงของบริษัทท่ามกลางภาระหนี้ที่ใกล้จะถึงกำหนดชำระจำนวนมาก เมื่อพิจารณาจากความล่าช้าของแผนการขายสินทรัพย์ของบริษัทแล้ว เชื่อว่าบริษัทมีแนวโน้มที่จำเป็นจะต้องขอขยายระยะเวลาครบกำหนดชำระสำหรับภาระหนี้อื่น ๆ ที่ใกล้จะครบกำหนด

แม้ว่าจะเกิดการผิดนัดชำระหนี้ที่ระดับบริษัท แต่คาดหมายว่า บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง (TPCH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยหลัก (Core Subsidiary) ของบริษัทยังสามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าสถานะสภาพคล่องโดยรวมของกลุ่มบริษัทมีความตึงตัวมากขึ้น ซึ่งกรณีดังกล่าวมีสาเหตุมาจากความล่าช้าในการดำเนินแผนการขายสินทรัพย์ของกลุ่มบริษัทซึ่งเดิมคาดว่าจะสร้างกระแสเงินสดเพื่อนำมาชำระหนี้แต่กลับมีความคืบหน้าช้ากว่าที่เคยคาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ ในงบการเงินรวมของกลุ่มบริษัทมีหนี้ที่จะครบกำหนดชำระภายใน 12 เดือนนับจากเดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไปจำนวนประมาณ 2 พันล้านบาท ซึ่งรวมถึงหุ้นกู้จำนวน 692 ล้านบาท

กลุ่มบริษัทมีแนวโน้มที่จะต้องพึ่งพาแหล่งเงินทุนจากภายนอกมากยิ่งขึ้นและอาจจำเป็นจะต้องขอขยายระยะเวลาการชำระหนี้ออกไปเพื่อบริหารจัดการข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง

ทั้งนี้ จะพิจารณาทบทวนอันดับเครดิตของบริษัทอีกครั้งเมื่อบริษัทได้แก้ไขการผิดนัดชำระหนี้แล้วหรือมีการจัดการสถานการณ์ดังกล่าวให้คลี่คลายลง รวมทั้งมีการจัดหาสภาพคล่องที่เพียงพอเพื่อหลีกเลี่ยงการที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ในอนาคต

นอกจากนี้ ทริสฯ ได้ลดอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง (TPCH) ลงมาอยู่ที่ระดับ “B” จากเดิมที่ระดับ “B+” และคงแนวโน้มอันดับเครดิต “Negative” (ลบ) ในขณะเดียวกันก็ลดอันดับเครดิตเฉพาะองค์กร (Stand-alone Credit Profile — SACP) ของบริษัทลงมาอยู่ที่ระดับ “bb” จากเดิมที่ระดับ “bb+” ด้วย

การปรับลดอันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงสถานะสภาพคล่องที่ถดถอยลงทั้งของบริษัทเองและของบริษัทแม่คือ บริษัท ไทยโพลีคอนส์ (TPOLY) โดย TPOLY ไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้ระยะสั้นได้ตามกำหนดและเชื่อว่าบริษัทแม่มีแนวโน้มที่จะขอขยายกำหนดการชำระหนี้เงินกู้อื่น ๆ ออกไปด้วยเช่นกัน

แม้ว่าบริษัทแม่จะไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด แต่ทริสคาดว่า TPCH จะยังคงสามารถชำระหนี้ของบริษัทได้ตามปกติ และยังไม่พิจารณาว่าความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ในระยะสั้นได้ส่งผ่านไปยังบริษัทอย่างเต็มที่ในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านสภาพคล่องที่ยังคงอยู่ของกลุ่มบริษัทก็ยังคงเป็นปัจจัยลบต่อบริษัทโดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงบทบาทหลักของบริษัทภายในกลุ่ม

ณ เดือนมีนาคม 2569 TPCH มีภาระหนี้เงินกู้ที่จะครบกำหนดชำระในอีก 1 ปีข้างหน้าจำนวน 851 ล้านบาทซึ่งรวมถึงการชำระหนี้หุ้นกู้บางส่วนจำนวน 100 ล้านบาทในปีนี้ด้วย คาดว่าแหล่งสภาพคล่องในทันทีจะมาจากเงินปันผลและการรับชำระคืนเงินกู้ของผู้ถือหุ้นจากบริษัทย่อยและบริษัทร่วมในโครงการโรงไฟฟ้าของ TPCH เป็นหลักซึ่งยังมีความไม่แน่นอนของเวลาและจำนวนเงินที่จะได้รับดังกล่าว ในขณะที่แผนการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าของบริษัทก็มีความคืบหน้าช้ากว่าที่คาดไว้ซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่บริษัทจำเป็นจะต้องหาแหล่งเงินทุนทางเลือกอื่นเพิ่มเติม

ด้วยเหตุนี้ ทริสเรทติ้งจึงประเมินว่าสถานะสภาพคล่องของบริษัทมีความอ่อนแอลงและปรับลดอันดับเครดิตเฉพาะองค์กรของบริษัทตามไปด้วย โดยในมุมมองของทริสเรทติ้งเห็นว่าสภาพคล่องของบริษัทจะยังคงขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการดำเนินการขายสินทรัพย์ผลิตไฟฟ้าตามแผนซึ่งในปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ