HoonSmart.com>> กองทุนโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี (SUPEREIF) จ่ายปันผลครั้งที่ 24 จากผลดำเนินงาน Q1/ู69 อัตรา 0.13654 บาทต่อหน่วย XD 22 พ.ค.69 จ่ายเงิน 10 มิ.ย.69 นี้

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี (SUPEREIF) จะจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 24 จากผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 หรือระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.13654 บาท โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน เพื่อกำหนดสิทธิรับเงินปันผล ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 10 มิถุนายน 2569
เมื่อนับรวมตั้งแต่จัดตั้งกองทุน จนถึงการประกาศจ่ายเงินครั้งล่าสุด SUPEREIF จ่ายเงินปันผลรวม 24 ครั้ง คิดเป็นเงิน 4.19654 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินลดทุนไป 7 ครั้ง คิดเป็นเงิน 1.121 บาทต่อหน่วย รวมเป็นเงินปันผลและเงินลดทุนที่จ่ายออกไปทั้งสิ้น 5.31754 บาทต่อหน่วย
ตั้งแต่ปีปฏิทิน 2566 เป็นต้นไป หากกองทุนฯ มีเงินลดทุนสําหรับรอบผลการดำเนินงานระหว่างปีปฏิทิน กองทุนฯ จะรวบรวมเงินลดทุนดังกล่าวไปจ่ายพร้อมกับเงินจ่ายที่จะพิจารณาจากรอบผลการดำเนินงานสุดท้ายของปีปฏิทินนั้น ๆ โดยสําหรับรอบผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 กองทุนฯ จะมีสภาพคล่องคงเหลือ หลังจากการจ่ายเงินปันผลและการกันสํารองต่างๆ ประมาณ 60.6 ล้านบาท หรือ 0.117 บาทต่อหน่วย
สรุปผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ปี 2569 พบว่า กองทุนมีรายได้รวมเท่ากับ 212.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 16.5% จากไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากเงินลงทุนในสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 0.6% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็น 212.1 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 16.9% จากไตรมาสก่อน ส่วนรายได้จากการลงทุนสุทธิ เท่ากับ 183.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาเหตุจากค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลง และเพิ่มขึ้น 20.9% จากไตรมาสก่อน ทั้งนี้ อัตรากำไรจากรายได้จากการลงทุนสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 86.3% เมื่อเทียบกับ 83.7% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และ 83.2% ในไตรมาสก่อน
สำหรับสินทรัพย์รวมของกองทุนฯ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีจำนวน 6,159.1 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย เงินลงทุนในสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิ 5,893.0 ล้านบาท เงินลงทุนในหลักทรัพย์และเงินฝากธนาคาร 117.9 ล้านบาท และสินทรัพย์อื่น 148.2 ล้านบาท (สินทรัพย์อื่นโดยหลัก คือ ลูกหนี้จากสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิ 145.9 ล้านบาท) หนี้สินรวมมีจำนวน 1,516.1 ล้านบาท โดยหลัก คือ เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินจำนวน 1,510.2 ล้านบาท สินทรัพย์สุทธิ (NAV) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เท่ากับ 4,643.0 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.0155 บาทต่อหน่วย
กองทุนรวม SUPEREIF ลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิจากการดำเนินโครงการกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินขนาดเล็กมากของบริษัท 17 อัญญวีร์ โฮลดิ้ง จำกัด และ บริษัท เฮลท์ แพลนเน็ท เมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 19 โครงการ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี สระบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ ปราจีนบุรี สระแก้ว พิจิตร และเพชรบูรณ์ โดยมีปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุดที่เสนอขายตามที่ระบุในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือการไฟฟ้านครหลวง (แล้วแต่กรณี) รวม 118 เมกะวัตต์
ขณะที่ ระยะเวลาโอนสิทธิรายได้สุทธิ เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2562 จนถึงวันสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแต่ละโครงการ ซึ่งระยะเวลาซื้อขายไฟฟ้าภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 21-22 ปี นับจากวันที่ 14 สิงหาคม 2562 โดยวันสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าโครงการสุดท้ายจะสิ้นสุดในวันที่ 26 ธันวาคม 2584
