หุ้นเอเชียมีทั้งบวกและลบ กังวลตะวันออกกลาง รอข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์ การเมืองเพิ่มสูงขึ้นก่อนการประกาศข้อมูลอัตราเงินเฟ้อที่สำคัญของสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนยังคงระมัดระวังและประเมินโอกาสในการบรรลุข้อตกลงในตะวันออกกลาง ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนซบเซา

สหรัฐฯ และกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับอิหร่านต่างรายงานเหตุโจมตีเรือขนส่งสินค้าแยกกัน ขณะที่ตลาดในเอเชียเกิดความตื่นตระหนกจากการที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธในช่วงเช้าตรู่

อย่างไรก็ตามหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนำการปรับตัวขึ้น จากความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยียังคงแข็งแกร่ง หลัง CoreWeave Inc. และ Super Micro Computer Inc.ในสหรัฐรายงานผลประกอบการที่มากกว่าที่คาดการณ์และประมาณการรายได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อคืนนี้

ในตลาดหุ้นโตเกียวที่กลับมาซื้อขายหลังจากปิดทำการเมื่อวันอังคาร ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยต่อเนื่องจากช่วงต้นสัปดาห์ตามแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มการเงิน

ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นกว่า 4% ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงร่วงลงกว่า 1% ขณะที่ดัชนี CSI 300 ของจีนแผ่นดินใหญ่ปรับตัวขึ้น
ราคาน้ำมันและทองคำปรับตัวสูงขึ้น ก่อนการประกาศข้อมูลอัตราเงินเฟ้อที่สำคัญของสหรัฐฯ

ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นเคลื่อนไหวอยู่บริเวณระดับ 159 เยนต่อดอลลาร์ โดยขยับเข้าใกล้ระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 160 เยนต่อดอลลาร์ นักลงทุนกำลังจับตาด้วยความกังวลว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาดอีกครั้ง

นักวิเคราะห์จาก Crédit Agricole CIB ให้ความเห็นว่า การที่ค่าเงินเยนยังคงอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องนั้นไม่สามารถอธิบายได้ด้วยปัจจัยเรื่องส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว แต่ชี้ไปที่ “ความไม่สมมาตรของกำลังการลงทุน” ระหว่างระบบเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศแทน

ตลาดยังคงจับตาข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่จะมีการเปิดเผยในวันพุธนี้ซึ่งแม้อาจยังไม่สะท้อนถึงการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานในช่วงล่าสุด แต่ก็ยังถือเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางความคาดการณ์สำหรับการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนหน้า ซึ่งขณะนี้ตลาดการเงินประเมินว่ามีโอกาสความเป็นไปได้พอๆ กันที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่า ราคาผู้บริโภคจะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 0.1% ในเดือนกรกฎาคม หลังจากที่ปรับตัวลดลง 0.4% ในเดือนมิถุนายน ส่วนอัตราเงินเฟ้อ CPI แบบรายปีนั้น คาดว่าจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 3.4% จากระดับ 3.5% ในเดือนก่อนหน้า
นอกจากนี้ตลาดกำลังปรับตัวรับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในญี่ปุ่นที่อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาด ซึ่งส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อราคาพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นระยะสั้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 5 ปี ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 2.1% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 1.63% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี

ณ เวลา 10.05 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 67,040.18 จุด เพิ่มขึ้น 69.96 จุด, +0.01%
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,944.079 จุด เพิ่มขึ้น 9.986 จุด, +0.25%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,384.15 จุด ลดลง 268.67 จุด, -1.05%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,612.96 จุด เพิ่มขึ้น 267.43 จุด, +4.21%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 45,449.09 จุด เพิ่มขึ้น 328.37 จุด, +0.73%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.88 ดอลลาร์หรือ 1,06% ซื้อขายที่ 84.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 0.79 ดอลลาร์หรือ 0.89% ซื้อขายที่ 89.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–