แบงก์ชาติ ชี้เศรษฐกิจ Q2/69 จ่อทรงตัว ส่งออกไอทีช่วยพยุง-ท่องเที่ยวแผ่ว

HoonSmart.com>>ธปท. เผยแนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 2/2569 ส่อแววทรงตัว โดยได้อานิสงส์จากการส่งออกกลุ่มเทคโนโลยีและ Data Center ช่วยพยุง ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวเริ่มแผ่วลงจากความกังวลด้านความเชื่อมั่น ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจของไทยในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 มีแนวโน้มทรงตัว แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวลงและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจผลักดันต้นทุนพลังงานให้สูงขึ้น

ภาคการผลิต (Manufacturing) คาดว่าจะอยู่ในระดับทรงตัว (Flat) โดยมีกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์เป็นพระเอกขี่ม้าขาว ตามความต้องการสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีที่ยังคงแข็งแกร่งในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารและเครื่องดื่ม กลับส่งสัญญาณหดตัวเนื่องจากการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงและกำลังซื้อคู่ค้าที่ลดลง

ภาคการท่องเที่ยว (Tourism) เป็นเพียงเซกเตอร์เดียวที่ถูกปรับคาดการณ์ลดลง (Downward arrow) โดยธุรกิจโรงแรมและสายการบินเริ่มได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นในการเดินทางที่ลดลงและข้อจำกัดด้านการบิน ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารได้รับแรงกดดันจากกำลังซื้อในประเทศที่ยังคงเปราะบาง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันปรัยลดลงหลายกลุ่ม โดยเฉพาะจากกลุ่มตะวันออกกลาง ยุโรป และมาเลเซีย เนื่องจากความไม่สะดวกในการเดินทาง และราคาตั๋วเครื่องบินปรับตัวสูงขึ้น แต่นักท่องเที่ยวจีนยังมีทิศทางเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อสังหาฯ และการค้า ทรงตัวบนฐานที่อ่อนแอ ในส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง รายงานระบุว่ายังคงทรงตัว แต่มีความแตกต่างในรายละเอียด (Divergence) โดยโครงการที่อยู่อาศัยยังคงซบเซาและมีแนวโน้มหดตัวเล็กน้อย ในขณะที่การก่อสร้างภาคเอกชนในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและ Data Center ยังคงขยายตัวได้ดี จากแรงหนุนของการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์

ด้านการค้า (Trade) สินค้าอุปโภคบริโภคเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นแต่ไม่สามารถผลักภาระไปยังผู้บริโภคได้เต็มที่เพราะกำลังซื้อที่อ่อนแอ อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังเป็นจุดสว่างที่อาจขยายตัวได้ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

แนวโน้มการส่งออกและภาคอุตสาหกรรม ​การส่งออกในระยะข้างหน้ามีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม สินค้าเทคโนโลยีและอุปกรณ์สื่อสาร ซึ่งสะท้อนจากมูลค่าการนำเข้าวัตถุดิบของผู้ผลิตรายใหญ่ที่ยังคงปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์มีการปรับตัวตามกระแส EV มากขึ้นจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

​อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเริ่มกลับมา ใกล้เคียง 0% หลังจากติดลบในเดือนก่อน จากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ทั้งนี้ สงครามทำให้ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบแพงขึ้น ซึ่งอาจมีการส่งผ่านราคาไปยังผู้บริโภคในไตรมาสที่ 2 อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อที่อ่อนแอทำให้อาจปรับขึ้นราคาได้จำกัด ด้านการบริโภคภาคเอกชนในหมวดโรงแรมและร้านอาหารปรับลดลงตามกิจกรรมภาคบริการที่ชะลอตัว

ธปท.  เตือนระวังเป็นพิเศษ (Alert) เกี่ยวกับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อต้นทุนการผลิต ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เริ่มมีความกังวลต่อค่าวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น โดยสต็อกวัตถุดิบปัจจุบันสามารถรองรับได้เพียง 1-3 เดือนเท่านั้น

ทั้งนี้ ต้องจับตาสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง หากยืดเยื้อจะมีผลต่อขีดความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชนต่อต้นทุนที่สูงขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มเติมจากภาครัฐ ​นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง และปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ที่อาจกระทบราคาสินค้าเกษตรและปริมาณผลผลิต

“ผู้ประกอบการอาจจำเป็นต้องทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าในไตรมาส 2 นี้ แต่ความสามารถในการปรับราคาจะถูกจำกัดด้วยสภาพคล่องและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่” นางปราณี กล่าว

นางปราณี กล่าวว่า เศรษฐกิจไทย ยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation เนื่องจากเงื่อนไขของ Stagflation คือเศรษฐกิจต้องขยายตัวต่ำต่อเนื่องยาวนานและเงินเฟ้อต้องสูงค้างฟ้าจากการที่ผู้ประกอบการปรับราคาสินค้าขึ้นเรื่อยๆ แม้ต้นทุนพลังงานจะลดลงแล้วก็ตาม โดยคาดการณ์เงินเฟ้อ จะเร่งตัวขึ้นชั่วคราวในปี 2569 อาจแตะระดับ 3-4% ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป แต่ค่าเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 2.9% และจะลดลงเหลือ 1.5% ในปี 2570

​การเติบโตของ GDP ปี 2569 คาดว่า จะบวกได้ 1.5% (YoY) และปี 2570 จะขยายตัวเพิ่มเป็น 2.0% ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ หากมีเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจประมาณ 3 แสนล้านบาท อาจช่วยดัน GDP เพิ่มขึ้นได้อีก 0.5 – 0.7%

ส่วนผลกระทบต่อตลาดแรงงาน ขณะนี้ระบบประกันสังคมกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อมูล ทำให้ยังไม่เห็นตัวเลขผู้ขอรับสิทธิกรณีว่างงานที่ชัดเจนหลังเกิดสงครามตะวันออกกลาง แต่กลุ่มแรงงานภาคการผลิตน่ากังวล เพราะเป็นกลุ่มที่เผชิญการแข่งขันสูงกับสินค้านำเข้าซึ่งมีปัญหาเดิมอยู่แล้ว

ขณะที่แรงงานภาคบริการและท่องเที่ยว ที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง เช่น โรงแรมหรือร้านอาหาร ซึ่งอาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

​อย่างไรก็ตาม  มองว่าหากภาคการส่งออกในบางกลุ่มดีขึ้น อาจส่งผลดีต่อรายได้และชั่วโมงการทำงาน (OT) ของแรงงาน ซึ่งภาพรวมตลาดแรงงานในปีนี้ยังคงมีความผันผวนสูงตามปัจจัยเสี่ยงภายนอก

———————————————————————————————————————————————————–