แบงก์ใหญ่ยันตลาดยืน+1.63 จุด ยักษ์พลังงานร่วงฉุด SET

HoonSmart.com>>ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ ปิดตลาดแดนบวกเล็กน้อย ขยับขึ้น 1.63 จุด หรือ +0.10% มาอยู่ที่ 1,574.13 จุด มูลค่าการซื้อขายรวมอยู่ที่ 66,899.24 ล้านบาท มีแบงก์ใหญ่ค้ำยัน แรงขาย GULF ฉุด บรรยากาศการซื้อขาย ค่อยข้างนิ่ง หุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 210 ตัว ลดลง 231 ตัว และไม่เปลี่ยนแปลง 220 ตัว บล.ทิสโก้ แนะเก็งกำไร 10 หุ้นรับสถาบัน ทำ Window Dressing หุ้น SET50-SET100 ปลาย Q2 

ภาพรวมของตลาดในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย.2569 เป็นการต่อสู้กัน คานกัน ระหว่างกลุ่มธนาคารที่แข็งแกร่ง กับแรงขายทำกำไรอย่างหนักในหุ้นพลังงานขนาดใหญ่ ดัชนีปิดตลาดวันจันทร์ในแดนบวกได้เล็กน้อย ขยับขึ้น 1.63 จุด หรือ +0.10% มาอยู่ที่ 1,574.13 จุด

แม้ว่าตลาดจะเปิดฉากอย่างคึกคักในช่วงเช้าจนดันดัชนีขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของวันที่ 1,580.86 จุด แต่ก็ไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้ตลอดรอดฝั่ง โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมอยู่ที่ 66,899.24 ล้านบาท บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปค่อนข้างนิ่ง โดยมีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 210 ตัว ลดลง 231 ตัว และไม่เปลี่ยนแปลง 220 ตัว

หุ้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ได้รับอานิสงส์จากกระแสคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยที่อาจทรงตัวในระดับสูงได้นานขึ้น (Higher-for-longer) เม็ดเงินไหลเข้าสู่หุ้นการเงินชั้นนำจากความคาดหวังเรื่องการขยายตัวของสินเชื่อ ควบคู่ไปกับกระแสเงินลงทุนในประเทศที่ทยอยเข้ามาต่อเนื่อง BBL พุ่งขึ้น 5.00 บาท (+2.86%) ปิดที่ 180.00 บาท
KBANK ขยับขึ้น 3.00 บาท ปิดที่ 210.00 บาท
SCB บวกเพิ่ม 2.50 บาท ปิดที่ 143.50 บาท

กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ฟื้นตัว หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เริ่มมีแรงซื้อกลับ หลังจากตัวเลขการส่งออกเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งของเกาหลีใต้ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นในห่วงโซ่อุปทานโลก โดย DELTA ขยับบวกเล็กน้อยปิดที่ 335.00 บาท ขณะที่หุ้นกลางอย่าง HANA และ KCE มีแรงไล่ราคาอย่างคึกคัก

ตัวฉุดตลาดวันนี้ คือ GULF สกัดการปรับขึ้นของตลาดอย่างชัดเจน โดยเผชิญแรงขายอย่างหนักจากกลุ่มสถาบัน มูลค่าการซื้อขายพุ่งสูงสุดของวันด้วยปริมาณ 7,245.53 ล้านบาท ราคาดิ่งลง 2.75 บาท ปิดที่ 61.25 บาท

ส่วนหุ้นสายการบินอย่าง THAI ก็เจอกระแสขายปรับพอร์ตอย่างต่อเนื่องในช่วงบ่าย

นักกลยุทธ์การตลาดตั้งข้อสังเกตว่า ระดับมูลค่า (Valuation) ของดัชนี SET ในปัจจุบัน ซึ่งซื้อขายกันที่ระดับ Forward P/E ประมาณ 16.7 เท่า ถือเป็นระดับที่สร้างความคุ้มค่าต่อความเสี่ยง (Risk-Reward profile) ที่ดึงดูดใจสำหรับเงินทุนต่างชาติ หากว่าสถานการณ์ความตึงเครียดทั่วโลกเริ่มลดระดับลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

ขณะที่ บล.ทิสโก้ ระบุว่า ช่วงปลายไตรมาส 2 อาจเป็นเป้า Window Dressing  มักเกิดช่วงปลายโตรมาส เพราะผู้จัดการกองทุนหรือนักลงทุนสถาบันจะปรับพอร์ตให้ดูดี เป็นที่น่าเชื่อถือต่อนักลงทุน ส่งผลให้ราคาหุ้นบางกลุ่มอาจถูกดันขึ้นขึ้นในระยะสั้น

เราได้คัดเลือกหุ้นที่มีโอกาสทำ Window Dressing รอบนี้ โดยอิงจาก (1) เป็นหุ้นขนาดใหญ่ เน้นหุ้นในดัชนี SET50 / SET100 เพราะกองทุนส่วนใหญ่มักถือหุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพ
คล่องในการซื้อขาย

(2) ราคาหุ้น Underperform แต่’พื้นฐานดี ทำให้สามารถคาดหวังโอกาสในการทำกำไร(Capital Gain) ได้สูง และ

(3) เป็นหุ้นที่มี ESG ดี และ/หรือมีประเด็นการลงทุนหนุน ซึ่งในระยะสั้นเราเน้นธีม Recoveryและธีม Anti-Oil หลังสงครามผ่อนคลาย
ในเชิงกลยุทธ์ เราแนะนำให้ “ซื้อก่อนในช่วงสัปดาห์นี้” และ “ขายในวันสุดท้ายของไตรมาสในสัปดาห์หน้า”

ห้นเด่นสำหรับ Window Dressing Sอบนี้ในมุมมองของเรา แนะนำ AP, BCH,BDMS, BJC, CPALL, CPF, HMPRO,
MTC รวมทั้งหุ้น MRDIYT และ TOA ที่ได้เข้าดัชนี SET50 และ SETHD ในครึ่งปี
ฝหลังตามลำดับ

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–