‘สิงเทล’ขาย GULF 2.49 หมื่นล้านบาท ราคา 58.80-60 บาท กดหุ้นในตลาดร่วง

HoonSmart.com>>สถาบันต่างประเทศแบ่งขายหุ้นทำกำไร ‘สิงเทล’บิ๊กล็อตหุ้น”กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์”(GULF) จำนวน 416 ล้านหุ้น มูลค่า 2.49 หมื่นล้านบาท ช่วงราคา  58.80-60 บาทถูกกว่าในตลาด เหลือหุ้น 5%  เงื่อนไขห้ามขายออก 90 วัน ก่อนหน้านี้ ING BANK ตัดขายหุ้น TTB  4.46% เหลือ 18.64% ในโครงการซื้อหุ้นคืน ด้านโบรกเกอร์นอกยังคงเชียร์หุ้นไทย เจพีมอร์แกนเพิ่มน้ำหนัก BBL ชี้เป้า 205 บาท อัพ SCB รวมถึง MTC-SAWAD-TIDLOR  ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,567.54 ล้านบาท  

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า สิงเทล เสนอขายหุ้นบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์(GULF) บิ๊กล็อต จำนวน 416 ล้านหุ้น หรือ 2.8% ของหุ้นชำระแล้ว  กรอบราคา 58.80-60 บาท/ มูลค่ารวมราว 758 ล้านเหรียญหรือประมาณ 2.49 หมื่นล้านบาท คงเหลือหุ้นสัดส่วน 5%

สิงเทลเซ็นสัญญาอยู่ภายใต้ข้อกำหนดห้ามขายหุ้น (Lock-up) เป็นระยะเวลา 90 วัน โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย)  ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในผู้จัดจำหน่ายร่วม

จากโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ กัลฟ์ พบว่า Singtel Global Investment ถือหุ้นอันดับที่  4 จำนวน 1,155,441,235 หุ้น สัดส่วน 7.73%

วันที่ 22 มิ.ย. 2569 ราคาหุ้น GULF ร่วงแรงผิดปกติ ระหว่างวันขึ้นไปสูงสุด 64 บาท กลับมาปิดต่ำสุดที่ 61.25 บาท ร่วงลง 2.75 บาทหรือ -4.30% ท่ามกลางมูค่าการซื้อขายมากถึง 7,247.48 ล้านบาท

บล.บัวหลวงมองว่าการขายหุ้นบิ๊กล็อตในครั้งนี้ เป็นเพียงแรงกดดันเชิงเทคนิค ไม่ได้กระทบปัจจัยพื้นฐาน และการขายหุ้นของสิงเทลจะช่วยลด Overhang ของตลาด การปรับตัวลงมาเป็นจุดเข้าสะสมซื้อรอบใหม่ จึงยังคงแนะนำซื้อที่ 78 บาท

ก่อนหน้านี้ ING Bank N.V. ได้แบ่งขายหุ้นธนาคารทหารไทยธนชาต(TTB) ออกมาจำนวน 4,089.21 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.4635% ของหุ้นทั้งหมด ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงเหลือ 18.64% จากเดิมถือทั้งหมด  23.10% โดยเป็นการขายภายใต้โครงการซื้อหุ้นคืนของ TTB

JPMorgan อัปเกรด BBLเป้า 205 บาท 

บล.เจพีมอร์แกน มีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มธนาคารไทยมากขึ้น โดยมองว่ากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของปัจจัยขับเคลื่อนกำไร (earnings drivers) ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป  โดยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนหุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL)  จากเดิม Neutral ราคาเป้าหมาย 205 บาท, SCB เป็น Neutral (จากเดิมต่ำกว่าตลาด)

คงคำแนะนำ

KBANK : Neutral

KTB : Underweight

นอกจากนี้ยังเพิ่มน้ำหนัก MTC / SAWAD / TIDLOR

ด้าน CLSA คาดราคาหุ้น PTTGC ปรับตัวลงแล้วประมาณ 18% นับตั้งแต่ราคาน้ำมันทำจุดสูงสุดช่วงปลายเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา

คาดว่า กำไรไตรมาส 2/2569 จะออกมาแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโรงกลั่นและ ปิโตรเคมี

นอกจากนี้ เมื่อราคาน้ำมันดิบดูไบปรับลดลงมาอยู่บริเวณ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลช่วงกลาง  ทำให้โอกาสเกิดขาดทุนสต็อกในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ลดลง

CLSA ยังมองว่าการรวมสินทรัพย์ธุรกิจโอเลฟินส์ของบริษัทเข้ากับกลุ่มปูนซิเมนต์ไทย จะเป็นปัจจัยบวก (Catalyst) สำคัญในช่วงครึ่งหลังปี 2569 คงคำแนะนำ Outperform (O-PF) ราคาเป้าหมาย 43 บาท

ขณะที่ UBS ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น MTC เป็น ซื้อและให้ราคาเป้าหมาย 34 บาท

ด้านตลาดหุ้นวันที่ 22 มิ.ย.2569 ดัชนี SET ผันผวนจากบวกและติดลบ ก่อนมาปิดที่ 1,574.13 จุด เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.63 จุด หรือ +0.10%
ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 66,899.24 ล้านบาท แรงซื้อกลุ่มธนาคารโดดเด่น นำโดย BBL ปิดที่ 180 บาท บวก 5 บาทหรือ +2.86%

นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อหุ้นไทยอีก 2,567.54 ล้านบาท สวนทาง 3 กลุ่มนักลงทุนไทยนำโดยพอร์ตบล.ทิ้ง 1,176.98 ล้านบาท สถาบันขาย 956.46 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยขาย 434.10 ล้านบาท

 

———————————————————————————————————————————————————–