โตเกียวบวก-เอเชียลบ ข้อมูลเศรษฐกิจญี่ปุ่นแกร่ง

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ปรับขึ้น ข้อมูลเศรษฐกิจภายในประเทศแข็งแกร่งหนุน ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปรับลงตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท

ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ปรับขึ้นหลังจากปรับฐานอยู่ช่วงหนึ่ง โดยได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจภายในประเทศที่แข็งแกร่ง และคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ เกี่ยวกับประโยชน์ของการส่งออกที่เกิดจากค่าเงินเยนที่อ่อนลง ก็มีผลต่อความเชื่อมั่นของตลาด แม้ว่าค่าเงินเยนจะผันผวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ก็ตาม
    
นอกจากนี้ ยังได้รับผลทางบวกจากผลสำรวจความคิดเห็นบ่งชี้ว่าพรรคเสรีประชาธิปไตยของนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ มีแนวโน้มที่จะได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรที่จะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า
      
ในตลาด Prime Market หุ้นที่นำการปรับขึ้นได้แก่ กลุ่มอุปกรณ์ด้านการขนส่ง กลุ่มการขนส่งทางทะเล และกลุ่มเครื่องมือชั่งตวงวัด     
      
จากผลสำรวจล่าสุดของ S&P Global ที่เผยแพร่เช้าวันนี้ ภาคการผลิตของญี่ปุ่นฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับการขยายตัวในเดือนมกราคม โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตอยู่ที่ 51.5 เพิ่มขึ้นจาก 50.0 ในเดือนธันวาคม และแตะระดับสูงสุดในรอบ 3.5 ปี
      
ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา ดอลลาร์สหรัฐซื้อขายอยู่ที่ระดับขอบล่างของ 155 เยนในวันจันทร์
      
ณ เวลา 9.04 น. ตามเวลาประเทศไทย ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 53,559.61 จุด เพิ่มขึ้น 236.76 จุด, +0.44%

ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปรับลงตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท เนื่องจากนักลงทุนรอข้อมูลจากภาคเอกชนเกี่ยวกับกิจกรรมภาคโรงงานของจีนในเดือนมกราคม ท่ามกลางความเชื่อมั่นที่เปราะบาง
      
ทองคำและเงินเป็นที่จับตาหลังจากราคาร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เช้านี้ราคาทองคำสปอตลดลง 5% เหลือ 4,612 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่โลหะเงินลดลงราว 4% เหลือ 81.189 ดอลลาร์ต่ออนซ์
      
ในวันศุกร์ราคาโลหะเงินซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ร่วงลงประมาณ 30% นับเป็นการลดลงมากที่สุดในหนึ่งวันนับตั้งแต่ปี 1980 ทองคำก็ลดลงประมาณ 9% เช่นกัน
      
โดยรวมแล้ว การเคลื่อนไหวของตลาดมีความผันผวนในสัปดาห์ที่คึกคัก จากการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรปและสหราชอาณาจักร รายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ และผลประกอบการของบริษัทจำนวนมาก
      
ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นอินเดียร่วงลงในวันอาทิตย์ หลังจากรัฐบาลประกาศแผนขึ้นภาษีการซื้อขายอนุพันธ์หุ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มความพยายามในการควบคุมการเก็งกำไรในหมู่นักลงทุนรายย่อย
      
นักลงทุนยังจับตาไปที่สหรัฐ หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ประสบปัญหาการปิดทำการบางส่วนในวันเสาร์ ขณะรอสภาผู้แทนราษฎรอนุมัติข้อตกลงด้านงบประมาณที่ทรัมป์ทำไว้กับพรรคเดโมแครต หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วประเทศเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสังหารพลเมืองสหรัฐฯ ในเมืองมินนิอาโพลิส
      
ในส่วนของสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ราคาน้ำมันดิ่งลงเนื่องจากนักลงทุนจับตาการดำเนินการระยะต่อไปของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เกี่ยวกับอิหร่านและความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพยูเครน ขณะที่กลุ่ม OPEC+ ได้ให้สัตยาบันแผนการคงระดับการผลิตให้ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นส่วนสุดท้ายของการตรึงอุปทานเป็นเวลาสามเดือน แม้ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นถึงระดับสูงสุดในรอบสี่เดือนจากความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านก็ตาม
      
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,089.12 จุด ลดลง 28.82 จุด, -0.7%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 26,932.32 จุด ลดลง 454.79 จุด, -1.66%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 5,107.92 จุด เพิ่มขึ้น 116.44 จุด, -2.23%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 31,552.24 จุด ลดลง 511.51 จุด, -1.6%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมีนาคมลดลง 2.13 ดอลลาร์หรือ 3.27% ซื้อขายที่ 63.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมีนาคมลดลง 2.18 ดอลลาร์ หรือ 3.14% ซื้อขายที่ 67.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล