ถอดบทเรียนถนนปลอดภัย

คปภ.-ทีดีอาร์ไอ ถอดบทเรียนถนนปลอดภัย ขยายผล6ท้องถิ่นคุ้มครองพ.ร.บ.

ผลจากการ Map วิ่งทำให้เห็นว่าในแต่ละพื้นที่มีคาแรคเตอร์ ลักษณะการเดินทาง ชุมชน และเงื่อนไขอุตสาหกรรมหรือเกษตรพาณิชย์ที่แตกต่างกัน แม้ปัจจัยเสี่ยงร่วมบางประการ เช่น การไม่สวมหมวกนิรภัยและการใช้ความเร็วจะเหมือนกัน แต่มาตรการการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการสื่อสารกับประชาชนต้องแตกต่างกันตามพฤติกรรมในแต่ละพื้นที่
การลดสถิติอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์เป็นสิ่งที่ทุกพื้นที่ต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับทักษะการมีใบขับขี่และการสวมหมวกนิรภัย ซึ่งยังคงเป็นเทรนด์พอยท์หลักของประเทศไทยที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง
มาตรการเฉพาะสำหรับเขตเมืองและถนนประเภทต่างๆ:
เขตเมือง/ชุมชน มุ่งเน้นการกำหนดความเร็วต่ำ เช่น ประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (แม้ในต่างประเทศจะแนะนำ 30 แต่ในไทยอาจต้องเริ่มที่ 50 ก่อนในบางจุดสเต็ป) เพื่อลดความเสี่ยงให้ผู้เดินเท้าและผู้ใช้จักรยานยนต์
ถนนเลี่ยงเมือง ฟังก์ชั่นถนนเลี่ยงเมืองมีความชันและมักมีการขับรถด้วยความเร็วสูง มีแนวโน้มขยายตัวตามถนนเลี่ยงเมือง จึงต้องมีการบริหารจัดการความเร็วและแก้ไขจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
นิคมอุตสาหกรรม การเข้าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมต้องจำกัดความเร็ว เนื่องจากมีรถบรรทุกและคนงานวิ่งเข้าออกตลอดเวลา การสื่อสารภาษาต่างประเทศกับผู้เชี่ยวชาญหรือแรงงานต่างชาติในพื้นที่จึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
สถานศึกษา เน้นการลดความเร็วรอบสถานศึกษาให้น้อยกว่า 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมจัดระบบการจราจรให้เหมาะสม
แนวทางขับเคลื่อนและกลไกสนับสนุน
ใช้กลไกถนนปลอดภัยและคณะกรรมการระดับจังหวัดในการขับเคลื่อน
สร้างแรงจูงใจโดยการตั้งเป้าหมายร่วมกับชุมชนและภาคีเครือข่าย
บูรณาการงบประมาณระดับจังหวัดและงบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สนับสนุนการถอดบทเรียนและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างพื้นที่
ประเด็นเรื่องรถและประกันภัย: ตัวเลขสถิติชี้ว่ารถที่จดทะเบียนสะสมมีรถที่ทำประกันภัยภาคบังคับเพียง 70%ขณะที่อีก 30% ไม่ทำประกันภัย และกลุ่มที่รถขาดการต่อทะเบียนรวมถึงไม่ทำประกันภัยถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด ซึ่งมักไม่ได้รับความคุ้มครองหรือเงินชดเชยเยียวยาเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทางออกคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับความปลอดภัยของตัวรถและผู้ขับขี่