ตปท.บุกหุ้น-บอนด์หมื่นล้าน เงินบาทแข็ง-ทองพุ่ง เฟดจ่อลดดบ.

HoonSmart.com>>ต่างชาติบุกไทยพร้อมกันสามตลาด ขนเงินซื้อหุ้น  4,480 ล้านบาท ตราสารหนี้อีก 4,923 ล้านบาท  อนุพันธ์ 4,188 สัญญา เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย 0.5%ในครึ่งปีหลัง กดดันดอลลาร์อ่อน ค่าบาทแข็งปั๋งหลุด 31 บาท ทองคำพุ่งขึ้น 300 บาท  ทะลุ 2 หมื่นบาท ดัชนีหุ้นทดสอบแนวต้าน 1,720 จุด จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มปตท.  

ตลาดหุ้นวันที่ 20 มิ.ย. ดัชนียังคงบวกแรงต่อเนื่อง 11.84 จุด หรือ 0.69% ปิดที่ 1,717.82 จุด ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายหนาแน่น 75,523.79 ล้านบาท โดยต่างชาติซื้อสุทธิ 4,480 ล้านบาท รวมทั้งเดือนมิ.ย.เก็บทั้งสิ้น  27,221 ล้านบาท หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน ล่าสุดเฟดมีมติคงดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับ 2.25-2.50% ตามที่ตลาดคาดการณ์ ส่งสัญญาณปรับลด 0.50%ในครึ่งปีหลัง

มาร์เก็ตติงกล่าวว่า ตลาดหุ้นยังคงบวกต่อเนื่องตามตลาดต่างประเทศ จากกระแสเงินไหลเข้า เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินในเร็วๆนี้ แรงซื้อกระจุกในกลุ่ม ปตท. แต่ดัชนีที่ปรับขึ้นแรงติดต่อกัน เป็นโอกาสในการขายทำกำไรสำหรับรายย่อย ส่งผลให้ไม่ผ่านมาแนวต้านสำคัญที่ 1,720 จุด คาดว่าเงินทุนยังคงไหลเข้ามาต่อเนื่อง

ด้านตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 4,923 ล้านบาท มีตราสารหนี้ครบอายุ 1,500 ล้านบาท เหลือสุทธิ 3,423 ล้านบาท ขณะที่อัตราผลตอบแทนในตราสารหนี้ระยะยาวลดลง 0.01-0.06% ขณะที่ตลาดอนุพันธ์ ต่างชาติมีการซื้อจำนวน 4,188 สัญญา

ส่วนราคาทองคำล่วงหน้าปรับตัวขึ้นมาก และเงินบาทแข็งค่า ส่งผลให้สมาคมค้าทองคำมีการเปลี่ยนแปลงราคาซื้อขายในประเทศภายในวันเดียว 4 ครั้ง ครั้งแรกเพิ่มขึ้นถึงบาทละ 350 บาทหลังจากนั้นแกว่งขึ้น-ลงครั้งละ 50 บาท สิ้นวันบวก 300 บาท ทองคำแท่งรับซื้อ 20,100 บาท และขายออก 20,200 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อ 19,738.32 บาท ขายออก 20,700บาท โดย Gold Spot อยู่ที่ 1,383 ดอลลาร์/ออนซ์ และค่าเงินอยู่ที่ 30.96 บาทต่อดอลลาร์

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด แนะนำให้ดูการสร้างฐานของราคาทองคำบริเวณแนวรับ 1,374-1,370 ดอลลาร์ หากสามารถตั้งฐานได้อย่างแข็งแกร่งอาจมีโอกาสเห็นการดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,393-1,405 ดอลลาร์

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้นักลงทุนติดตามราคา หากทรงตัวเหนือระดับ 1,374-1,370 ดอลลาร์ได้นาน ฐานมั่นคง มีโอกาสเห็นการดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,393 ดอลลาร์ สามารถเข้าซื้อบริเวณแนวรับดังกล่าว สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อเพื่อทำกำไรแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,405 ดอลลาร์  โดยการลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามคาดการณ์เพื่อควบคุมความเสี่ยง

ด้านนายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยได้แรงหนุนจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ผ่อนคลายเรื่องอัตราดอกเบี้ยลง ทำให้ตอบรับข่าวไปค่อนข้างมาก ซึ่งมองว่าเป็นปัจจัยระยะสั้น ขณะที่สงครามการค้า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯและจีนในการประชุม G20 ยังเป็นที่จับตาอยู่ จึงยังคงเป้าหมายดัชนีสิ้นปีนี้ 1,750 จุด คาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโต 11%

“การที่เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลาย สะท้อนภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลง แต่คงไม่ถึงกับเศรษฐกิจถดถอย และเชื่อว่าเงินก็จะไหลกลับเข้ามาตลาดหุ้นเกิดใหม่ เพราะตลาดหุ้นสหรัฐก็ปรับตัวขึ้นไปมาก ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังดูดีกว่าประเทศอื่นในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ อีกทั้งภาพการเมืองเราเปลี่ยนได้รัฐบาลใหม่จากเลือกตั้งก็น่าจะช่วยลดความผันผวนของตลาดระยะสั้นได้”นายวศิน กล่าว

อย่างไรก็ตามเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาตลาดหุ้นไทย อาจทำให้ดัชนีถึงเป้าหมาย 1,720 จุดได้ไวขึ้น แต่จะยั่งยืนขนาดไหน เพราะตลาดหุ้นไทยไม่ได้ถูก ดังนั้นตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาก็อาจมีแรงเทขายฉุดดัชนีปรับตัวลงไปก็ได้ และตอนนี้ตลาดจับตาที่สงครามการค้าเป็นหลักว่าผลการเจรจาจะเป็นอย่างไร ส่วนดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่ามีแนวโน้มทรงตัวไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2562