“ฮ่องกง” ปักหมุดตั้งสนง.การค้า ดึง “ต่างชาติ” แห่ลงทุนไทย

“DITP” ชี้ “ฮ่องกง” ปักหมุดตั้งสนง.การค้า ช่วยดึง “กลุ่มต่างชาติ” แห่ลงทุนไทย จ่อลงทุน 10 อุตสาหกรรมใหม่ในโครงการ EEC

นางสาว บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การเปิดสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำประเทศไทย หรือ Hong Kong Economic and Trade Office (HKETO) ซึ่งเป็นสำนักงานลำดับที่ 13 ของฮ่องกงที่เปิดขึ้นทั่วโลก และเป็นแห่งที่ 3 ในอาเซียน ต่อจากสิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เนื่งอจาก ฮ่องกง มองเห็นศักยภาพของไทย ในการเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน ที่สามารถเชื่อมต่อกับ CLMV สร้างความเชื่อมั่นด้านการค้าและการลงทุนในสายตานักลงทุนในและต่างประเทศมากขึ้น

บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์

“ฮ่องกงมองว่าไทยมีศักยภาพที่เหมาะหลายด้าน โดยเฉพาะระบบโลจิสติกส์เชื่อมต่อกับ CLMV และยังเป็นศูนย์กลางอาเซียน ถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญของไทย ส่วนการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับฮ่องกง มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมายาวนาน การเปิด HKETO ในไทย ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนจีนและฮ่องกงมากยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ HKETO มีบทบาทสำคัญช่วยเสริมศักยภาพด้านการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ เพราะ HKETO ช่วยสนับสนุนและเชื่อมโยงองค์ความรู้กับสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง Hong Kong Trade Development Council (HKTDC) เสริมให้นักลงทุนไทยมีศักยภาพการลงทุนในจีนและฮ่องกงมากยิ่งขึ้น

“ไทยและฮ่องกงมีความร่วมมือระหว่าง บริษัท อินโนสเปช (ไทยแลนด์) จำกัด กับ ไซเบอร์พอร์ต ฮ่องกง ซึ่งจะนำความรู้ความเชี่ยวชาญมาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup) ของไทย”

ด้านนางชณันภัสร์ พิศาลอภิพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง กล่าวว่า HKETO ทำหน้าที่เหมือนสำนักงานทูตพาณิชย์ในต่างประเทศ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา และให้ข้อมูลด้านการค้าการลงทุนระหว่างกัน

นอกจากนี้ นักลงทุนฮ่องกง ยังสนใจลงทุนในไทย โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้แก่ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (S-Curve) ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแปรรูปอาหาร และอุตสาหกรรมอนาคต เครื่องจักรอัตโนมัติและหุ่นยนต์ การบินโลจิสติกส์ และการแพทย์ครบวงจร

“ส่วนปีนี้ไทย เน้นผลักดันส่งออกด้านธุรกิจบริการมากขึ้น เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก โดยเฉพาะธุรกิจประเภทศูนย์การแพทย์แบบครบวจร ปัจจุบันพบมีผู้สูงอายุ หรือวัยเกษียณชาวฮ่องกง เดินทางมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น สามารถสร้างรายได้ให้กับไทยต่อเนื่อง”

ฮ่องกงถือว่าเป็นคู่ค้าที่สำคัญของอาเซียน ซึ่งในปี 2560 มีมูลค่าระหว่างกันถึง 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 11% ซึ่งฮ่องกงเป็นนักลงทุนอันดับที่ 5 ของไทย และคาดว่ามูลค่าการส่งออกไทยกับฮ่องกง ในปี 2561 จำนวน 12,563 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะขยายตัวถึง 12% ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ในปี2562