HoonSmart.com>>ส่องแผนต้อนรับผู้กุมชะตาเศรษฐกิจโลกกว่า 15,000 ชีวิต ประชุมใหญ่ IMF – World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค.นี้ เงื่อนไขสุดหิน “กฎ 30 นาที”ห้ามเลทล็อกเวลาส่ง 15,000 ผู้นำการเงินโลกจาก 21 โรงแรมถึงที่ประชุม พร้อมรถผู้บริหารระดับสูงต้อง EV 100% ผ่านฉลุย โชว์ภูมิปัญญาไทยใช้ผ้าไหม ผ้าทอมือ ทำแผ่นซับเสียง 500 ห้องประชุม คุมเข้มความปลอดภัยระดับเวิลด์คลาส จัดทริปดูแลหลังบ้านผู้นำเต็มที่ ขอชาวกรุงเทพเห็นใจร่วมต้อนรับแขกวีไอพีประเทศเลี่ยงนำรถส่วนตัวเข้ามาในรัศมีการเดินทาง 1 สัปดาห์ รถไฟฟ้า-ใต้ดิน เปิดใช้ตามปกติ
ธนาคารโลก (World Bank) แจ้งกำหนดการประชุมประจำปี 2526 ของสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) หรือ IMF – World Bank Group Annual Meetings 2026 ช่วงวันจันทร์ที่ 12 ต.ค.ถึงวันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค.2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ออกมาคร่าวๆ ว่า
หัวใจสำคัญอยู่ที่ การประชุม Annual Meetings Plenary Session วันที่ 16 ต.ค.และ การประชุมคณะกรรมการพัฒนาการ (Development Committee) และการประชุมคณะกรรมการมติทางด้านการเงิน และการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary and Financial Committee)
วันที่ผู้กุมชะตาเศรษฐกิจโลกทั้งหมดมารวมตัวอยู่ในห้องเดียวกัน ทั้ง รมว.กระทรวงการคลัง ผู้ว่าธนาคารกลาง ผู้บริหารระดับสูงของ IMF ผู้บริหารระดับสูงสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ทั่วโลก
ซึ่งเป็นที่มา ที่รัฐบาลไทยประกาศให้วันที่ 16 ต.ค.2569 เป็น “วันหยุดราชการพิเศษใน กทม.” พร้อมขอความร่วมมือให้ภาคเอกชนและข้าราชการทำงานที่บ้าน “Work From Home” เพื่อเปิดทางให้ขบวน VIP วิ่งได้อย่างราบรื่น
นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค.ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ได้แก่ การบรรยายสรุปข้อมูลระดับภูมิภาค การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และเวทีเสวนาที่มุ่เน้นในประเด็นการพัฒนาระดับสากล เศรษฐกิจโลก และตลาดการเงิน ที่จะเป็นโปรแกรมกิจกรรมสำหรับสาธารณะ และกิจกรรมเฉพาะผู้ได้รับเชิญ อาทิ เวทีเสวนาเศรษฐกิจโลก ตลาดการเงิน การขจัดความยากจน
ส่วนรายละเอียดเวลา และวันที่ แขกรับเชิญที่จะมาเป็นผู้พูดหลัก จะมีการแจ้งรายละเอียดเมื่อใกล้วันประชุม ช่วงระหว่างนี้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (G24) ถือโอกาสนี้ใช้ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จัดประชุมหารือกับผู้นำทางการเงินโลกในประเด็นเรื่องปัญหาหนี้สิน การพัฒนาที่ยั่งยืน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลก
รวมแล้วจะมีผู้เข้าร่วมประชุมและผู้ติดตามผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างประเทศกว่า 15,000 คน โดยให้ผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงานจากต่างประเทศมารับบัตร ณ อาคารลงทะเบียน ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม เป็นต้นไป
การเมือง+การเงิน เหตุผลที่”ไทย”ถูกเลือก
จากการติดตามข้อมูลเหตุผลที่ IMF และ World Bank กลับมาเยือนเมืองหลวงของไทยในรอบ 35 ปี นับจากใช้จัดประชุมครั้งแรกเมื่อปี 2534 ปีที่ศูนย์การประชุมสิริกิติ์ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่องานประชุมนี้ในครั้งนั้น และถือเป็น 1 ใน 3 ประเทศนอกสหรัฐอเมริกาที่ถูกเลือกเป็นเจ้าภาพมากกว่า 1 ครั้ง จากปกติที่การประชุมนี้จะจัดที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน และในปีที่ 3 จะย้ายไปจัดประเทศสมาชิก
การถูกเลือกครั้งนี้ไม่ใช่ลำดับคิวการหมุนเวียนธรรมดา แต่เพราะไทยเป็นพื้นที่”ปลอดภัย”ทางการเมือง? ยุคแย่งชิงขั้วอำนาจระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกอย่างเข้มข้น จนก่อให้เกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าที่สร้างความอึดอัดอย่างยิ่ง
จุดยืนความเป็นกลางทางการเมือง ทางการทูต ที่เป็นมิตรกับทุกฝ่ายของไทย กลายเป็นโต๊ะที่เหล่าผู้นำทางการเมืองของ 2 โลกจะนั่งคุยกันได้ถึงอนาคตทางเศรษฐกิจอย่างสบายใจ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค
นอกจากนี้ ไทย ยังมีกรณีศึกษาที่เข้ากับแนวโน้มของโลกการเงินดิจิทัล ต้นแบบฟันเฟืองช่วยคนตัวเล็ก ธุรกิจขนาดเล็ก เข้าถึงแหล่งเงินต้นทุนต่ำ ปลอดภัยสูง ผ่านดิจิทัล ในการนำไปใช้กับประเทศที่กำลังพัฒนา และประเทศด้อยพัฒนาในพื้นที่อื่นๆ ได้จากบริการโอนและรับเงินทางโทรศัพท์( PromptPay)ที่มาคู่กับภัยทางไซเบอร์ และก็สามารถจัดการได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้การควบคุมของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างภูมิคุ้มกัน (Cyber Resilience) ให้กับประชาชน
ล่าสุด พัฒนาถึงขั้นการออกใบอนุญาตธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) และการทดลองพัฒนาสกุลเงินดิจิทัล หรือ CBDC ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเทรนด์ที่โลกกำลังต้องการศึกษา
การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อช่วยลดโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ทั่วโลกกำลังกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์ ซึ่งไทยกำลังวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเตรียมรับมือนำ AI มาเป็นสปริงบอร์ดพาเศรษฐกิจไทยเติบโต การสร้างงานให้ผู้สูงอายุเพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ แทนการปล่อยให้แก่แล้วอยู่เฉยๆ รวมถึงเป้าหมายใหญ่การยกระดับรายได้ให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงในอีก 12 ปีข้างหน้า
การประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพฯ ในครั้งนี้ ไทยจะประกาศ “ขอบฟ้าใหม่” Thailand’s New Horizons ให้ทั่วโลกได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม
มากกว่า”เงิน”คือ “แอร์ไทม์+ความพร้อมลงทุน”
“หุ้นสมาร์ท”มีโอกาสได้ฟังเบื้องหลังการเตรียมงานจาก นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ นายณัฏวุฒิ ธรรมศิริ รองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่เปิดเผยความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมใหญ่ระดับโลก ในวันเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี พ.ศ.2569 ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ และธนาคารกรุงเทพ
สรุปได้ว่า ทันทีที่ไทยถูกเลือก มักจะมีคำถามถึง”ความคุ้มค่า”ในการจัดงาน ที่ใช้งบฯราว 1,100 ล้านบาท กับผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินกลับมา ถ้าคิดกันง่ายๆ คาดว่าจะมีการใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 5 หมื่นบาท คูณ 15,000 คน จะเป็นเงิน 750 ล้านบาท
แต่สิ่งที่จะเกิดตามมา และสร้างประโยชน์ในระยะยาว คือ “พื้นที่เวลาข่าวของโลก”จากการที่ “กรุงเทพ,ประเทศไทย” จะถูกกล่าวถึงจากสื่อหลักผ่านสำนักข่าวระดับโลกทุกๆ วินาทีแบบเรียลไทม์ สื่อโซเชียล ที่สร้างการรับรู้ให้กับคนทั่วโลกตลอด 7 วัน “ไม่อาจประเมินค่าได้” แม้มีเงินก็ไม่อาจซื้อ “Airtime”โลกที่สร้างการรับรู้ได้เท่ากับเหตุการณ์ครั้งนี้
รวมถึง “ภาพความพร้อมและศักยภาพ”ของไทยที่ต่างไปจากเมื่อ 35 ปีก่อนที่ไทยเคยจัดงานนี้ในปี 1991 อย่างสิ้นเชิง
ทั้งความพร้อมด้านการรองรับการจัดงานประชุมระดับโลก ความพร้อมด้านการลงทุนจะถูกสื่อออกไปทั่วโลกตลอดเวลา นั่นคือ”คุณค่าจริง” ที่มากกว่า “เงิน”สะพัดช่วงการประชุม
ที่สำคัญ “ค่าใช้จ่าย” บางส่วนยังได้กลับคืน จากการเก็บค่าเช่าห้องประชุม ห้องขนาดเล็ก ร่วม 500 ห้อง ซึ่ง เป็นระเบียบของ World Bank ที่กำหนดให้ประเทศเจ้าภาพ “ต้องเก็บค่าเช่าห้องประชุมย่อย/ออฟฟิศ” จากประเทศสมาชิกที่เข้ามาใช้ ราคาประมาณ 6,000 เหรียญสหรัฐต่อสัปดาห์ต่อห้อง
นับเป็นครั้งแรกของรัฐบาลไทย เนื่องจากปกติรัฐบาลไทยไม่เคยมีระบบเก็บเงินค่าห้องประชุมจากใครเลย ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ไทยต้องขออนุมัติพิเศษเพื่อทำระบบบัญชีดึงเงินค่าเช่าห้องประชุมเข้าสู่ระบบคลังของรัฐบาลไทยโดยตรง
คนไทยหลายคนอาจมองว่า”การประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026″ เป็นเรื่องไกลตัว แต่กลับเป็นเรื่องใกล้ตัว
เพราะเรื่องของคนตัวเล็ก ตัวน้อย ของไทย ถูกใส่ไว้ตามห้องต่างๆ ผ่านการตกแต่งห้องประชุมกว่า 500 ห้อง ที่ใช้วัสดุจาก”ผ้าไหมและผ้าทอมือของชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ”มาทำเป็นแผ่นซับเสียงในห้องประชุม แต่ละห้องจะมีลวดลายและเรื่องราวบ่งบอกที่มาอย่างชัดเจน เป็นการเชิดชูภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่สำคัญทีมงานยังมีการชี้แจงกระบวนการผลิตผ้าไหมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและจริยธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าตอบโจทย์มาตรฐานความยั่งยืนขององค์กรระดับสากล
นอกจากนี้ ยังมีการสอดแทรกเรื่องราวเนื่องในโอกาสมหามงคลและประวัติศาสตร์ ผ่านสินค้า Handmade อย่าง “กระเป๋าย่านลิเภา”ที่เข้าเทรนด์ลดโลกร้อน สะท้อนการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก ที่ชาวต่างชาติชื่นชอบในแนวคิด และความปราณีต จัดไว้ในพื้นที่ต้อนรับ
รวมไปถึงการชูอัตลักษณ์ “มวยไทย” ในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อสื่อสารยุทธศาสตร์การต่อสู้ การฝึกฝนตนเองให้เข้มแข็ง และชั้นเชิงในการปรับตัวเพื่อเอาชนะความเปลี่ยนแปลงและความผันผวนของโลกการเงินยุคใหม่
หนึ่งใน ไฮไลท์เด็ดที่ผู้เข้าร่วมประชุมเรียกร้อง คือ บริการนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อเฉพาะจุด เน้น คอ บ่า ไหล่ และเท้า เพื่อบำบัดความเหนื่อยล้าที่ต้องผ่านชั่วโมงการประชุมอันแสนเคร่งเครียด หากใครติดใจอยากนวดตัวเต็มรูปแบบ ก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าถัดไปเพียงสถานีเดียวเพื่อใช้บริการร้านนวดภายนอกได้ทันที
การจัดสตรีทฟู้ด ที่คัดเรื่องความปลอดภัยและถูกสุขอนามัยมาอย่างดี ไว้ต้อนรับ เพราะถือเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่คู่กับไทยมายาวนาน
มีการแสดงเรื่องเล่า 100 ปี ชาตกาล ร่วมน้อมรำลึกในโอกาสครบ 100 ปี ชาตกาลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และการสืบสานพระราชกรณียกิจผ่านศูนย์ประชุมที่ตั้งชื่อตามสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง (Queen Mother) นำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ไทยสามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตชาวเขาจากการปลูกฝิ่นสู่การปลูกพืชเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและสร้างกำไรดี
ในพื้นที่จัดงานประชุมระดับโลก ต้องมี”Thailand Pavilion”ที่ผู้คนมักจะนึกถึงรูปศาลาไทย ที่มีการแสดงรำไทย แต่ศาลาไทยยุคใหม่จะแสดงนวัตกรรมสุดล้ำทางการเงินให้กับเหล่าอีลีททางการเงินระดับโลกได้เห็น
1.”นกกระซิบ” เทคโนโลยีเอไอ ระบบจ่ายเงินอัจฉริยะที่ไม่ได้มีดีแค่โอนเงิน แต่ยังช่วยวิเคราะห์ยอดขาย พฤติกรรมผู้บริโภค และช่วยผู้ประกอบการรายย่อยวางแผนวัตถุดิบได้อย่างแม่นยำ
2.โมเดลกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยววิถีใหม่ที่ลดการปล่อย CO_2 และประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืน
3.นำเสนอการใช้ “อาหารเป็นยา” และศาสตร์การนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ (คอ บ่า ไหล่) เอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลกที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้ แต่สามารถนำไปปรับใช้ในบริบทของแต่ละประเทศได้
“กฎ 30 นาที”
หนึ่งในข้อกำหนด (Requirement) ที่สำคัญยิ่ง “กฎ 30 นาที”ทุกคนจากโรงแรม Official Hotels ทั้ง 21 แห่งรอบกรุง จะต้องเดินทางถึงศูนย์การประชุมสิริกิติ์
งานนี้ตำรวจไทยซ้อมใหญ่จริงจัง ทดลองเอารถบัสมาวิ่งแต่รถติดระเนระนาด และไม่ทันเวลา จนต้องยอมลดขนาดลงมาเป็น “มินิบัส”เพื่อให้คล่องตัว
ยิ่งไปกว่านั้น รถยนต์ที่จัดรับรองทีมบริหารระดับสูงและระดับรัฐมนตรี ผู้ว่าธนาคารกลางจากทั่วโลก ในวันที่ 16 ต.ค. ที่มีร่วม 500 คัน จะวิ่งสลับสับเปลี่ยนเข้าออกตามตารางประชุมที่ซอยย่อยทุกๆ ชั่วโมง ซึ่งทางไอเอ็มเอฟและธนาคารโลก ขอให้ไทยจัดให้ 200 คัน ส่วนที่เหลือให้ไปเช่าเอง โดยให้ใช้ประเทศละ 1 คันเท่านั้นสำหรับการประชุม และห้ามใช้รถนำสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะรถตำรวจทางไทยมีไม่พอ และป้องกันประเทศเจ้าภาพโดนเอาเปรียบเกินไป
พร้อมกับ กำหนดว่ารถที่ใช้ในการประชุมครั้งนี้ ต้องเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) 100% ซึ่งค่าย BMW ชนะการประมูล
ทีมงาน ต้องตั้งสถานีชาร์จไฟเพิ่มขึ้นมารองรับงานนี้เป็นการเฉพาะ รอบพื้นที่จัดงาน เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้ผู้เข้าร่วมประชุม เพราะครั้งนี้ไม่ใช่รถน้ำมันเหมือนเมื่อ 35 ปีก่อน
ระดมล่ามทั่วประเทศ
จากขนาดความใหญ่โตของงานประชุมที่รองรับคนกว่า 15,000 คน จากทั่วโลก รัฐบาลได้ระดมล่ามแปลภาษาทั่วประเทศมาที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์เป็นการชั่วคราว ประจำการห้องประชุมย่อยที่มีการประชุมสลับสับเปลี่ยนกันในทุกๆ ชั่วโมง
ทำการระดมเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงาน โดยแบ่งเป็นฝั่งกระทรวงการคลังดูแลรัฐมนตรีคลัง และฝั่งแบงก์ชาติดูแลผู้ว่าการธนาคารกลาง ใช้กำลังไม่ต่ำกว่า 400 คนต่อวัน ซึ่งมีการดึงตัวและขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานในสังกัดอื่นๆ เช่น กรมต่างๆ ในกระทรวงการคลัง, สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs), สภาพัฒน์, กระทรวงการต่างประเทศ (กรมสารนิเทศ), และกระทรวงพาณิชย์ มาร่วมเป็นเจ้าหน้าที่ในงาน
“พื้นที่และผู้ที่จะได้รับผลกระทบ”
1. ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถือเป็น”พื้นที่ไข่แดง” และการบริหารความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพราะเป็นพื้นที่หลักในการจัดการประชุมตั้งแต่วันที่ 12–18 ตุลาคม โดยจะมีการบริหารจัดการพื้นที่ที่เข้มงวด
มาตรการปิดพื้นที่ชั่วคราว จะมีการปิดศูนย์การประชุมฯ และปิดถนนโดยรอบ (พื้นที่ภายในตั้งแต่ประตูทางเข้าศูนย์ฯ ทั้งหมด ส่วนถนนรัชดาภิเษกภายนอกไม่ได้ปิด) ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคมเป็นต้นไป โดยบุคคลทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องจะไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้เลย
ช่วงเวลาดังกล่าว จะไม่มีการจัดงานอื่นแทรกเลย เพราะฝ่ายจัดการประชุมของ IMF/World Bank ได้กวาดพื้นที่ทั้งหมด และจะมีการสร้างห้องทำงานขนาดเล็กขึ้นมาใหม่จำนวนมากถึง 500 ห้อง เพื่อให้เป็นออฟฟิศของแต่ละประเทศสมาชิก
มีการจัดเตรียมทีมเทคนิคพิเศษ ประจำการอยู่ภายในพื้นที่เพื่อให้พร้อมปฏิบัติการ (On call) ได้ทันทีตลอดเวลา
นอกจากนี้ยังต้องมีการตรวจสอบประวัติบุคลากรคนไทยทุกคนที่จะเข้าทำงานในศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ที่สูงถึงประมาณ 10,000 คน นับรวมตั้งแต่เจ้าหน้าที่ พนักงานเสิร์ฟ ไปจนถึงพนักงานขายในร้านสะดวกซื้อ
พื้นที่จัดแสดง Thai Pavilion และพื้นที่ขายสินค้า มีการกั้นพื้นที่ตามมาตรฐานความปลอดภัยเฉลี่ยต่อคนต่อตารางเมตร
2. โรงแรมหลักที่รองรับผู้เข้าร่วมประชุม 21 แห่ง ที่ถูกกำหนดล่วงหน้า เพื่อให้ประเทศสมาชิกจองผ่านระบบ ซึ่งจะใช้เวลาการเดินทางมาถึงที่ประชุมภายใน 30 นาที เส้นทางขนส่งระหว่างโรงแรม และ ศูนย์ประชุม จะได้รับผลกระทบทางจราจร ซึ่งจะกินพื้นที่ถึง สยาม สีลม ทองหล่อ เพชรบุรี
ทั้งนี้ ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในช่วงวันจัดงาน 12-18 ต.ค.2569 รถไฟใต้ดิน/รถไฟฟ้าไม่ได้ปิดให้บริการ ประชาชนยังสามารถใช้เดินทางได้ตามปกติ แต่จะมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดขึ้น
3. ภาคประชาชน ขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงนำรถเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะในวันที่ 16 ต.ค.2569 เพื่อลดจำนวนรถยนต์บนท้องถนน เปิดทางให้ขบวน VIP เดินทางเข้าร่วมประชุมได้สะดวก ข้าราชการ รัฐบาลให้ Work From Home ในช่วงวันดังกล่าว
ภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ แม้รัฐไม่สามารถสั่งให้หยุดงานได้ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศปิดธนาคารเป็นกรณีพิเศษ 1 วัน
เหรียญที่ระลึก 35 ปี
สำหรับ ของที่ระลึกงานประชุม IMF – World Bank Group Annual Meetings 2026 กระทรวงการคลัง ได้ขอพระบรมราชานุญาตทำเหรียญที่ระลึกสุดพิเศษ บรรจุในกล่องที่ออกแบบมาอย่างดี โดยกิมมิกคือจะมอบให้ทั้งเหรียญเมื่อ 35 ปีที่แล้ว (ปี 1991) คู่กับเหรียญดีไซน์ใหม่ของปี 2026 เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเดินทางและพัฒนาการของประเทศไทย
ดูแลถึงหลังบ้าน
ไม่เพียงจะดูแลผู้เข้าร่วมประชุมแล้ว ยังใส่ใจการดูแลและจัดโปรแกรมต้อนรับคู่สมรส (Spouses) และผู้ติดตามของผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งมี 2 เลเยอร์
เลเยอร์ที่ 1 หรับกลุ่มคู่สมรสของผู้นำ คณะรัฐมนตรีคลัง หรือผู้ว่าการธนาคารกลาง โปรแกรมดูแลโดยรัฐบาลในฐานะแขกของรัฐ โดยแนวคิดหลักคือการพาไปทัศนศึกษาในสถานที่ที่ “ร้อยเรียงและสอดคล้อง” กับสิ่งที่นำเสนอใน Thailand Pavilion เพื่อให้เกิดภาพจำที่ทรงพลัง เช่น การเชื่อมโยงเรื่อง Well-being ความยั่งยืน และภูมิปัญญาไทย
เลเยอร์ที่ 2 สำหรับกลุ่มผู้ติดตามทั่วไป โปรแกรมทางเลือกที่ได้รับการรับรองโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เน้นโปรแกรมทัวร์คุณภาพสูงประมาณ 20 โปรแกรมไว้คอยแนะนำ เพื่อให้มั่นใจในเรื่องมาตรฐานบริการ ความคุ้มค่า และความปลอดภัยสูงสุด โดยแขกสามารถเลือกซื้อหรือปรับเปลี่ยนตามความสนใจได้อย่างอิสระ
สำหรับ ไฮไลต์และแผนงานที่เตรียมนำเสนอ จากสถิติและข้อมูลการประสานงานล่วงหน้า พบว่าคู่สมรสหลายท่านเพิ่งเคยเดินทางมาเยือนกรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรกในชีวิต บางส่วนเคยไปแต่หัวเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต แต่ไม่เคยลงพื้นที่กรุงเทพฯ เพราะกลัวปัญหารถติด สถานที่ที่เรียกร้องมากที่สุดคือ พระบรมมหาราชวัง
โปรแกรม “Night Museum” โดยมีแผนการศึกษาที่จะเปิดประสบการณ์ชมพิพิธภัณฑ์และโบราณสถานสำคัญในยามค่ำคืน (Night Museum) ซึ่งนอกจากจะงดงามตระการตาด้วยแสงไฟแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวในเวลากลางวัน ทำให้เอื้อต่อการเดินชมของคณะผู้ติดตามอย่างสะดวกสบาย
นอกจากนี้ สถานทูตของแต่ละประเทศประจำประเทศไทย จะคอยดูแลและวางแผนการเดินทางให้กับผู้เข้าร่วมประชุมและผู้ติดตามไว้อยู่แล้ว หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ไทยคือการประสานข้อมูลโปรแกรมแนะนำและพิกัดความปลอดภัยให้แก่ทางสถานทูตอย่างใกล้ชิดและระมัดระวังที่สุด
ทั้งนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีการดูแลความปลอดภัยแบบเข้มข้น มีการจัดทีมเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบ และทีม On-spot/On-call พิเศษเพื่อสอดส่องความปลอดภัยรอบเมืองและรอบที่พักโรงแรม Official ทั้ง 21 แห่ง
รัฐบาลย้ำชัดว่าจะ”ไม่มีการปิดเมือง หรือรอนสิทธิ์คนกรุงเทพฯ” อย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาบรรยากาศเมืองท่องเที่ยวที่ผ่อนคลายและเป็นมิตร
