HoonSmart.com>>”นอร์ทอีส รับเบอร์”(NER) โชว์ความสามารถทำกำไรดีขึ้น ไตรมาส 3/69 โกยรายได้จากการขาย 8,109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.54% กำไรสุทธิ 511.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.68% อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 1.41% แตะ 10.33% รวม 9 เดือนมีรายได้จากการขายรวม 22,460.58 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,202.41 ล้านบาท ซีอีโอ”ชูวิทย์”ลั่นโค้งสุดท้ายทะยานต่อ ได้แรงหนุนจากราคายางสูง มั่นใจรายได้ทั้งปีโตเข้าเป้า 30,000 ล้านบาท
นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ผู้นำการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางผสม และสินค้าปลายน้ำแผ่นยางพาราปูพื้นคุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์และกลุ่มผู้ค้าคนกลางทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3/2569 บริษัทฯมีรายได้จากการขายรวม 8,109.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.54% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน(YoY) และมีกำไรสุทธิ 511.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.68%YoY โดยมีรายได้หลักจากการขายในประเทศ 6,476.57 ล้านบาท สัดส่วน 79.87% ของยอดขายรวม
ขณะที่มีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 673.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.82% และกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 837.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.55% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10.33% เพิ่มขึ้น 1.41% จากระดับ 8.92% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
” ปัจจัยสนับสนุนกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 56.68% และอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น เนื่องจาก NER ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการธุรกิจและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง”นายชูวิทย์ กล่าว
สำหรับผลงานรวม 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 22,460.58 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,202.41 ล้านบาท โดยมีความผันผวนของราคาวัตถุดิบยางธรรมชาติ ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของภาวะภัยแล้ง และปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบของบริษัทฯ
แนวโน้มผลงานช่วงที่เหลือของปี2569 ราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้น จะเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ รวมถึงความต้องการใช้ยางธรรมชาติจากผู้ผลิตยางล้อรายใหญ่ในจีน อินเดีย และอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังเติบโตต่อเนื่อง บริษัทฯจึงเดินหน้าบริหารต้นทุนวัตถุดิบ และสต๊อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือความผันผวนของตลาด และมั่นใจว่ารายได้ในปี 2569 จะทะยานแตะระดับ 30,000 ล้านบาทได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
