HoonSmart.com>>บัวหลวง แนะออกจากหุ้นโรงกลั่น หลังราคาตอบรับค่าการกลั่นพุ่ง โยกเข้า ‘ปิโตรเคมี Laggard-เก็งกำไรเดินเรือ’ ชู IVL-PTTGC รับเทรนด์อุปทานตึงตัวปลายปี 2569 ด้านกรุงศรี มองพลังงานและปิโตรยังเด่น แนะ IVL-TOP-PTTGC-SCC รับ Spread ฟื้นตัว
บล.บัวหลวง มองภาพรวมสินค้าโภคภัณฑ์สัปดาห์ล่าสุดยังถูกขับเคลื่อนด้วยสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยการกลับมาปะทะกันทำให้อุปทานพลังงานตึงตัวอีกครั้ง แต่หากสถานการณ์ผ่อนคลาย อุปทานน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมัน และ LNG มีโอกาสกลับมาเพิ่มขึ้นและกดราคาพลังงานลง โดยให้น้ำหนักราคาน้ำมัน Dubai เฉลี่ยลดลงอีก 5.22 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล WoW เหลือ 107.84 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน และอุปทานที่เพิ่มขึ้นหลังซาอุดีอาระเบียกลับมาใช้ท่อส่ง East-West
ขณะที่ค่าการกลั่นสิงคโปร์ (GRM) ฟื้นแรง 8.22 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล WoW เป็น 6.78 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากโรงกลั่นบางแห่งในเอเชียเหนือหยุดดำเนินงานและข้อจำกัดการส่งออกของจีนและรัสเซีย ทำให้ส่วนต่างน้ำมันเบนซิน น้ำมันเครื่องบิน ดีเซล และน้ำมันเตากำมะถันสูงปรับขึ้นพร้อมกัน
ด้านฝั่งปิโตรเคมี ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ดีขึ้นจากต้นทุนแนฟทาที่ลดลงตามราคาน้ำมัน ส่งผลให้ Ethylene spread เพิ่มเป็น 286 เหรียญสหรัฐ/ตัน, Propylene เป็น 311 เหรียญสหรัฐ/ตัน, HDPE เป็น 436 เหรียญสหรัฐ/ตัน และ PP เป็น 541 เหรียญสหรัฐ/ตัน
ส่วนราคาถ่านหินยังคงทรงตัวที่ 143.63 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในขณะที่กลุ่มเดินเรืออ่อนตัวลงในระยะสั้น โดยดัชนี BDI ลดลง 8% WoW และ World Container Index ลดลง 1% WoW อย่างไรก็ตาม การปิดกั้นทะเลแดงทำให้เรือต้องปรับเส้นทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮปและใช้เวลาเดินทางนานขึ้น จึงมีโอกาสกลับมาช่วยหนุนค่าระวางในระยะถัดไป และเปิดโอกาสสำหรับการเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มเดินเรือ
มุมมองพื้นฐาน (Fundamental view): หลังจากราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นปรับตัวขึ้นมาสะท้อนค่าการกลั่น (GRM) ที่สูงไปมากแล้ว มองว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการสลับการลงทุนจากหุ้นโรงกลั่นไปสู่กลุ่มปิโตรเคมี โดยเน้นหุ้น IVL และ PTTGC ซึ่งราคาหุ้นยังคง Laggard ในขณะที่กลุ่มเดินเรืออาจมีโอกาสเข้าซื้อขายระยะสั้นจากปัจจัยเส้นทางเดินเรือที่ยาวขึ้น
บล.กรุงศรี ประเมินภาพรวมตลาดพลังงานและปิโตรเคมี โดยมองว่าราคาน้ำมันดิบฝั่งต้นน้ำปรับตัวลดลง -2-4% w-w เนื่องจากปริมาณ supply น้ำมันดิบออกมาเพิ่มขึ้น หลังจากซาอุดีอาระเบียกลับมาเปิดท่อส่งน้ำมัน East-West รวมถึงตลาดยังคาดหวังความคืบหน้าของการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทั้งนี้ คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในเดือนตุลาคม 2026 จะทรงตัว m-m เนื่องจาก supply ยังคงตึงตัวจากการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ยังติดขัด แต่ได้การระบายคลังน้ำมันของกลุ่ม G7 เข้ามาช่วยผ่อนคลายในช่วงการ re-stock น้ำมันเพื่อรองรับฤดูหนาว
ขณะที่ฝั่งโรงกลั่น ค่าการกลั่นสิงคโปร์ (SG GRM) พุ่งขึ้น +571% w-w มาอยู่ที่ 6.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยส่วนต่างราคา (spread) ฟื้นตัวเกือบทุกผลิตภัณฑ์จากภาวะ supply ตึงตัวทั่วโลก หลังจากจีน รัสเซีย และสหรัฐฯ ควบคุมการส่งออกน้ำมัน ประกอบกับโรงกลั่นในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ลดกำลังการผลิต ส่งผลให้ส่วนต่างราคาของ gasoline, jet และ gasoil ปรับตัวเพิ่มขึ้น +29%, +17% และ +4% w-w ตามลำดับ
คาดว่า SG GRM ในเดือนตุลาคมจะฟื้นตัว m-m จาก supply ที่ตึงตัวต่อเนื่อง Demand การ re-stock กลุ่ม middle distillate ที่เพิ่มขึ้น และอัตราการใช้กำลังการผลิต (u-rate) ของโรงกลั่นจีนที่ลดลง รวมถึงค่าระวางเรือ (freight) ที่ปรับตัวลดลงหลังจากซาอุดีอาระเบียกลับมาเปิดใช้ท่อส่งน้ำมัน East-West
ด้านฝั่งปิโตรเคมี ส่วนใหญ่เป็นบวกจากภาวะ supply ตึงตัว ส่งผลให้ราคาขายทรงตัวถึงปรับตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่ราคาวัตถุดิบ (feedstock) ลดลงตามราคาน้ำมันดิบ โดยสายโอเลฟินส์มีส่วนต่างราคา HDPE -1% และ PP ทรงตัว w-w อยู่ที่ 468 และ 516 ดอลลาร์ต่อตัน
ส่วนสายอะโรเมติกส์มีส่วนต่างราคา PX และ BZ เพิ่มขึ้น +6% และ +13% w-w จากการที่โรงผลิตบางส่วนสลับไปผลิตน้ำมันก๊าซโซลีน และสายโพลีเอสเตอร์ (PET) มีส่วนต่างราคาแบบ integrated เพิ่มขึ้น +20% w-w จาก supply ที่ตึงตัวต่อเนื่องเพราะโรงกลั่นจีนลดกำลังการผลิต
สำหรับแนวโน้มเดือนตุลาคม 2569 คาดว่า product spread สายโอเลฟินส์จะโดดเด่นที่สุดโดยสามารถทรงตัวได้ m-m จากความต้องการ re-stock ที่เข้ามาช่วยชดเชย demand ที่ชะลอตัวในช่วง low season
ส่วนสายอะโรเมติกส์และ PET คาดว่าจะลดลง m-m เนื่องจากมี supply ออกมาเพิ่มขึ้นสวนทางกับช่วง low season
สรุปภาพรวมในรอบสัปดาห์ กลุ่มโรงกลั่นมีปัจจัยบวกโดดเด่นที่สุดจากค่าการกลั่นที่ฟื้นตัวสูงและ supply น้ำมันที่ตึงตัวมากยิ่งขึ้นซึ่งช่วยหนุน product spread
ส่วนปิโตรเคมี มีเพียงสาย PET อย่าง IVL ที่ได้รับปัจจัยบวก จึงคงคำแนะนำ BULLISH ต่อกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี โดยเลือก top picks เป็น TOP, SCC และ PTTGC จากปัจจัยสนับสนุนหลักเรื่อง supply น้ำมันตึงตัวทั่วโลกที่หนุนค่าการกลั่นฟื้นตัวสูง รวมถึงปิโตรเคมีสาย PET ที่ฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่น
