HoonSmart.com>>GC-TOP พุ่งแรง รับซาอุดีอาระเบียปรับลดราคาน้ำมันดิบตลาดเอเชียส่งมอบเดือนพ.ย.ลง ส่วนลด 5 ดอลลาร์/บาร์เรล จากราคาอ้างอิงภูมิภาค จากเดิม 2 ดอลลาร์ ดันค่าการกลั่น- สเปรดเพิ่มขึ้น ด้านนักวิเคราะห์ 16 ราย ให้เป้าหมาย GC เฉลี่ยเพียง 45.50 บาท ส่วน TOP เฉลี่ย 72.11 บาท
วันที่ 6 ต.ค.2569 หุ้นกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีวิ่งนำตลาด โดย PTTGC อยู่ที่ 51.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 2.99% ขณะที่ TOP อยู่ที่ 74.50 บาท เพิ่มขึ้น 3 บาท หรือ 4.20% ณ เวลาประมาณ 11.20 น.
นักลงทุนแห่ซื้อหุ้น GC-TOP ได้รับปัจจัยจากซาอุดีอาระเบียปรับลดราคาน้ำมันดิบสำหรับลูกค้าในเอเชีย หลัง Saudi Aramco ประกาศลดราคาน้ำมันดิบเกรด Arab Light สำหรับส่งมอบเดือน พ.ย.ลงเหลือส่วนลด 5 ดอลลาร์/บาร์เรล จากราคาอ้างอิงภูมิภาค เพิ่มขึ้นจากส่วนลด 2 ดอลลาร์ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
การลดราคาครั้งนี้ถือเป็นระดับส่วนลดมากที่สุดในรอบ 6 ปี สะท้อนการแข่งขันช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดน้ำมันในเอเชียที่รุนแรงขึ้น ตลาดจึงจับตาว่า ต้นทุนน้ำมันดิบที่ลดลงจะช่วยหนุนส่วนต่างการกลั่น และเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นโรงกลั่น โดยเฉพาะ TOP ขณะที่ PTTGC ได้แรงเก็งกำไรตามภาพรวมกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี
สำหรับหุ้น GC นักวิเคราะห์ 16 รายให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 45.50 บาท ราคาสูงสุด 63 บาท ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำซื้อ ส่วนบล.เคจีไอ ให้ สูงถึง 53.50 บาท ขณะที่บล.เอเซียพลัสให้ราคาเป้าหมาย 48 บาท โดยยังคงมุมมองว่าบริษัทร่วมลงทุน (JV) ของ GC และ SCGC ที่จัดตั้งขึ้นถือเป็น Strategic reset ของ GC ในรอบขาลงของวัฏจักรปิโตรเคมีลด downside risk จากการลงทุนขยายกําลังผลิตใหม่ในตลาดที่อยู่ในภาวะ oversupply รวมถึงเป็นการสร้างความเป็นผู้นําในธุรกิจปิโตรเคมีในภูมิภาค เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาวจากความมีintegration และeconomy of scale โดย GC จะเสริมจุดแข็งฝั่งUpstream + Feedstock flexibility ขณะที่SCGC จะเสริมทางด้านDownstream, HVA และR&D ทําให้สร้างฐานกําไรให้มีเสถียรภาพมากขึ้น
นอกจากนี้คาดจะช่วยเพิ่มความสามารถในการปรับ product mix มุ่งสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงHVAและหลากหลายขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ PE/PP ของทั้งสองฝั่งสามารถเชื่อมโยงกันได้ นอกจากนี้ SCGC ยังมี C2 Value Chain เช่น LLDPE สําหรับฟิล์มการเกษตร, Speciality Polymers (สําหรับโซลาร์และยานยนต์), Synthetic Latex รวมถึง C4 Value Chain เช่น MMA, BD และ SSBR ซึ่งเป็นยางคุณภาพสูงถือเป็นการผสานพอร์ต commodity polyolefins กับHVA / differentiated products ของSCGC รวมถึงเลือกตลาด และsegment ที่ให้margin สูงกว่าแยกกันอยู่ได้ เป็นการเพิ่มอํานาจต่อรองกับลูกค้าในฐานะintegrated platform ทําให้EBITDA ของธุรกิจOlefins/Polyolefins ผันผวนน้อยลง JV ระหว่างGC และSCGC เป็นการวางโครงสร้างใหม่เพื่อความแข็งแกร่งระยะยาวมากกว่าจะเป็นดีลสร้างกําไรระยะสั้นโดยมีเป้าหมายช่วยลดความผันผวนของธุรกิจ commodity และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรม
“การลงทุนระยะยาวมีมุมมองเชิงบวกเนื่องจากJV จะช่วยลดdownside ของcycle และเพิ่มresilience แต่หากเป็นการลงทุนระยะสั้นเนื่องจากดีลนี้ยังไม่เสร็จสิ้น โดยทั้ง 2 บริษัทจะกําหนดรายละเอียดสําคัญแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนต.ค.69”
สำหรับคำแนะนำการลงทุน TOP นักวิเคราะห์ 20 ราย ให้ซื้อ 14 ราย ถือ 5 ราย ให้ราคาเฉลี่ย 72.11 บาท และ สูงสุด 88 บาท
