TACC ลุยตลาดน้ำด่าง “Eight Plus” เป้ายอดขาย 1,000 ล้านบ.ใน 5 ปี

HoonSmart.com>>ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง จัดตั้งบริษัทร่วมทุน ทีเอซีซี พลัส ถือหุ้นสัดส่วน 80% มูลค่าลงทุน 48 ล้านบาท รุกตลาดน้ำด่าง Eight Plus ปักธงยอดขาย 1,000 ล้านบาทใน 5 ปี เพิ่มพอร์ต B2C เป็น 30% ยันน้ำท่วมไม่กระทบการจัดส่ง

น.ส.ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ (TACC)  เปิดเผยว่า บริษัทฯได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน ชื่อ บริษัททีเอซีซี พลัส ซึ่ง TACC ถือหุ้นในสัดส่วน 80% ใช้เงินลงทุน 48 ล้านบาท ร่วมกับ นางวรจรรย์ เที่ยงธรรม ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำด่าง และเป็นนักชิมน้ำ (Water Sommelier) คนแรกและคนเดียวในประเทศไทย ซึ่งถือหุ้น 20% เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง (B2C) ให้เพิ่มเป็น 30% จากปัจจุบันไม่ถึง 5% โดยครั้งนี้รุกเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ เพื่อตอบรับกระแสการดูแลสุขภาพ ด้วยการทำธุรกิจน้ำดื่มที่เป็นด่างธรรมชาติภายใต้แบรนด์ เอท พลัส หรือ Eight Plus

สำหรับ “Eight Plus” เป็นน้ำด่างจากแหล่งน้ำธรรมชาติในอำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นางวรจรรย์ เที่ยงธรรม เป็นเจ้าของซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่แหล่งในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีปริมาณน้ำเพียงพอในเชิงพาณิชย์ โดยน้ำด่างธรรมชาตินี้ไม่ได้ผ่านกระบวนการปรุงแต่ง และได้รับการรับรองคุณภาพจากสมาคมนักชิมน้ำแห่งประเทศเยอรมนี มีคุณสมบัติช่วยปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่างในร่างกาย

“ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งระหว่างพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและแหล่งน้ำ กับความชำนาญของบริษัทในด้านการขายและช่องทางการจัดจำหน่าย”น.ส.ไตรทิพย์ กล่าว

น.ส.ไตรทิพย์ กล่าวว่า  TACC จะเป็นผู้ดูแลการกระจายสินค้าผ่าน ร้าน 7-Eleven, Premium MT, โรงแรม 5 ดาว และช่องทางออนไลน์ โดยจะเริ่มขายอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ และได้ดาราชายชื่อดัง หมาก ปริญ มาเป็นพรีเซนเตอร์ของแบรนด์

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมในรูปแบบ Functional Drinks รสชาติต่างๆ โดยใช้น้ำด่างธรรมชาติเป็นฐาน ตลอดจนการทำกิจกรรมสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภค

การรุกตลาดในครั้งนี้ถือเป็นการร่วมกันสร้างและขยายหมวดหมู่น้ำด่าง ในประเทศไทยให้เติบโตยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค นอกเหนือจากน้ำดื่มปกติและน้ำแร่

บริษัท ตั้งงบประมาณการตลาดและการโปรโมตไว้ส่วนหนึ่ง โดยจะเน้นการใช้งบประมาณในช่วงเปิดตัวผลิตภัณฑ์จนถึงปีถัดไปเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ของน้ำด่างแก่ผู้บริโภค มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีกำลังซื้อและใส่ใจในสุขภาพ

“เราไม่มีแนวคิดที่จะลงไปแข่งขันราคา เนื่องจากมองว่าตลาดน้ำด่างในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก และเป็นการเข้ามาเพิ่มทางเลือกใหม่เพื่อขยายขนาดของตลาดร่วมกัน นอกจากนี้ บริษัทยังมีแนวคิดในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศในอนาคต โดยเฉพาะประเทศที่มีพันธมิตรทางธุรกิจอยู่แล้ว”น.ส.ไตรทิพย์ กล่าว

น.ส.ไตรทิพย์ กล่าวว่า บริษัทฯตั้งเป้ารายได้จากแบรนด์ Eight Plus ไว้ที่ 1,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลประกอบการของ TACC และสนับสนุนเป้าหมายการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอในระยะยาว

ทั้งนี้ เมื่อ 4-5 ปีก่อน บริษัทฯ เคยมีน้ำด่างธรรมชาติ วางจำหน่ายในร้าน 7-Eleven  ก่อนจะหยุดพักไป การกลับมาบุกตลาดในครั้งนี้ถือเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมเนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ของน้ำด่างมากขึ้น จึงตั้งเป้าสร้างการเติบโตอย่างเป็นขั้นตอนผ่านการสื่อสารให้ความรู้แก่ผู้บริโภค

สำหรับภาพรวมตลาดน้ำดื่มปัจจุบันมีมูลค่ารวมกว่า 60,000 ล้านบาท โดยน้ำดื่มทั่วไปมีอัตราการเติบโตประมาณ 1.9% ต่อปี ขณะที่กลุ่มน้ำดื่มพรีเมียมและน้ำแร่มีการเติบโตสูงกว่าที่ระดับ 3.1% ต่อปี ทว่ายังไม่มีการแยกหมวดหมู่ของน้ำด่างออกมาอย่างชัดเจน โดยในเชิงระดับราคาพบว่า น้ำดื่มทั่วไปขนาด 500 มิลลิลิตร มีราคาพื้นฐานอยู่ที่ประมาณ 7 บาท น้ำแร่อยู่ที่ประมาณ 12 บาท ขณะที่น้ำด่าง Eight Pluse ตั้งราคาไว้ที่ 20 บาท

“การร่วมทุน เพื่อขยายสัดส่วนรายได้จากฝั่ง B2C จากปัจจุบันที่มีไม่ถึง 5% ให้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 30% ใน 5 ปี โดยจะมุ่งเน้นการทำตลาดใน 2 สินค้าหลัก ได้แก่ ชาเย็น และแบรนด์ Eight Plus” ขณะที่ธุรกิจเดิมแบบ B2B มีอัตราการเติบโตแบบ organic เฉลี่ยปีละอยู่ที่ประมาณ 10% บวกหรือลบ”น.ส.ไตรทิพย์

สำหรับ ผลกระทบจากน้ำท่วม ยืนยันว่ามีระบบบริหารจัดการวิกฤตที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากจุดส่งมอบสินค้าของบริษัทสิ้นสุดที่ศูนย์กระจายสินค้า ซึ่งมีการสำรวจและบริหารจัดการสต็อกครอบคลุมการจำหน่ายได้ 7 ถึง 14 วัน ทำให้การจัดส่งและเติมสินค้ายังคงดำเนินการได้อย่างสม่ำเสมอโดยไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา