HoonSmart.com>>”กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์” (GULF) บุกพลังงานหมุนเวียน ทุ่ม 466 ล้านบาท ถือหุ้น 50%ในบริษัทย่อย”กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง”(GUNKUL) ได้ 12 โรงไฟฟ้าลม-โซลาร์ รวม 673 MW ด้าน GUNKUL เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับ กฟผ. รวม 261.8 เมกะวัตต์ สัญญา 25 ปี
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2569 บริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี (GRE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ GULF ถือหุ้น 100% ได้ใช้เงินลงทุนประมาณ 466.5 ล้านบาท เพื่อเข้าถือหุ้น 50% ใน 7 บริษัทย่อยของ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) ได้แก่ GOE9, GWPH3, GWPH5, GWD1, GWD3, GWD6 และ GWD8 ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นและผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในประเทศไทยรวม 12 โครงการ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 673.4 MW ทำให้ GRE จะมีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น หรือ Equity MW รวม 336.7 MW เท่ากับ GUNKUL ที่ถือหุ้นในส่วนที่เหลือ 50%
โครงการทั้งหมดได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แล้ว อายุสัญญา 25 ปี และมีกำหนดทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ระหว่างปี 2570-2573 โดย GOE9 เป็นผู้พัฒนาโครงการโซลาร์ 6 โครงการ กำลังผลิตตามสัญญารวม 209.4 MW แบ่งเป็น Solar Farm 5 โครงการ รวม 176.4 MW และ Solar BESS 1 โครงการ ขนาด 33 MW โดยมีกำหนด COD ระหว่างปี 2570-2573
ส่วนโครงการพลังงานลมประกอบด้วย GWPH3 ถือหุ้นในโครงการ 90 MW กำหนด COD ปี 2573, GWPH5 ถือหุ้นในโครงการ 90 MW กำหนด COD ปี 2572, GWD1 พัฒนาโครงการ 41.6 MW กำหนด COD ปี 2572, GWD3 พัฒนาโครงการ 62.4 MW กำหนด COD ปี 2573, GWD6 พัฒนาโครงการ 90 MW และ GWD8 พัฒนาโครงการ 90 MW ซึ่งทั้ง 2 โครงการมีกำหนด COD ปี 2573
ด้านอัตราค่าไฟ โครงการ Solar Farm อยู่ที่ 2.1579-2.1679 บาทต่อหน่วย ขณะที่ Solar BESS อยู่ที่ 2.8331 บาทต่อหน่วย และโครงการพลังงานลมอยู่ที่ 3.1014 บาทต่อหน่วย ตลอดอายุสัญญา PPA กับ กฟผ.
“การลงทุนครั้งนี้เป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ของ GULF กับ GUNKUL โดยนำจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่ายมาร่วมพัฒนา บริหาร และขยายการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนของบริษัทให้ไม่ต่ำกว่า 40% ภายในปี 2578”
ทางด้านน.ส.นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง กล่าวว่า การร่วมทุนในครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางการเงินของบริษัทฯ ในการเติบโตแบบ Joint Venture กับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ความร่วมมือจะเสริมศักยภาพในการพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนร่วมกัน (Synergy Value) ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญที่ทั้งสองบริษัท เพิ่มประสิทธิภาพจากขนาดโครงการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศปี 2569 (PDP2026) ที่กำลังรอประกาศเพิ่มเติมภายในปี 2569 ซึ่งตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานสะอาดให้สูงขึ้นถึง 65-89% ของกำลังผลิตทั้งหมด
น.ส.นฤชลยังกล่าวอีกว่า ในเดือนก.ย.2569 บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ.ภายใต้โครงการพลังงานหมุนเวียน RE Biglot Phase 2.1 แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 242.4 เมกะวัตต์ (MW) และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 1 โครงการ ขนาด 19.4 MW รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 261.8 เมกะวัตต์ กำหนดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
ก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้ลงนามจำนวน 3 โครงการ ขนาด 57.2 MW ทำให้เซ็นสัญญา PPA ภายใต้โครงการ RE Biglot เฟส 2.1 ครบถ้วนแล้ว รวมกำลังการผลิตตามสัญญา 319.0 เมกะวัตต์
ปัจจุบันบริษัทฯ มีพอร์ตพลังงานหมุนเวียน (Equity Capacity) รวมที่ 2,101.2 เมกะวัตต์ โดยยังคงบรรลุเป้าหมาย 2,000 เมกะวัตต์ก่อนกำหนดที่ตั้งไว้ในปี 2570 เสริมแกร่งโครงสร้างการเงิน เติมขีดความสามารถลงทุนเพิ่ม เดินเกมส์กลยุทธ์การเติบโตระลอกใหม่ ตั้งเป้าใหม่เพิ่มกำลังการผลิต (Equity megawatt) อีกกว่า 50% สู่เป้าหมาย 3,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 สอดคล้องกับกระแสการเติบโตของพลังงานสะอาดจากแผน PDP2026
“บริษัทฯคาดว่าจะมีมูลค่าลงทุนเพิ่มเติมอีก 360,000-700,000 ล้านบาท เพื่ออัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้า Smart Grid ให้มีความพร้อมในการรองรับพลังงานสะอาดใหม่ๆ ยังไม่นับรวมไปถึงการเติบโตของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่ทั้งในระดับครัวเรือน ธุรกิจ ขึ้นไปถึงระดับโครงข่าย (Grid Scale Battery) และประเด็นสำคัญอย่างยิ่งใน PDP ฉบับใหม่คือการปลดล๊อก Direct PPA ให้ครอบคลุมถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ ไม่ใช่เพียง Data Center เท่านั้น ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการพูดคุยและอยู่ในระหว่างการร่วมกันวางแผนด้านพลังงานกับลูกค้าในหลายภาคอุตสาหกรรม”น.ส.นฤชลกล่าว
