HoonSmart.com >> CGSI : ” คงน้ำหนัก” กลุ่มน้ำมันและก๊าซของไทย ประเมินมาตรการห้ามส่งออกของสหรัฐ อาจดีต่อโรงกลั่นเอเชีย

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า รายงานของ Reuters ระบุว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาระงับการส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐฯ เพื่อหวังควบคุมราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นในประเทศ แต่นายคริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ กล่าวว่า การสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลโดยเด็ดขาด (blanket ban) นั้น มีความเป็นไปได้น้อย นอกจากนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังเผชิญกับเสียงคัดค้านจากภาคอุตสาหกรรม โดยมีกลุ่มธุรกิจในสหรัฐฯ จำนวน 36 กลุ่มร่วมกัน ลงนามคัดค้านมาตรการดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้รายละเอียดของมาตรการดังกล่าวจะยังไม่ชัดเจน แต่ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่า สหรัฐฯ อาจใช้มาตรการรูปแบบอื่น เช่น การจำกัดการส่งออก, การกำหนดโควตา หรือกลไกอื่น ๆ เพื่อเพิ่มอุปทานในประเทศและควบคุมราคาน้ำมันดีเซล
ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นผู้ส่งออกน้ำมันดีเซลรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีปริมาณส่งออกเฉลี่ย 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในงวด 9 เดือนปี 69 และส่วนใหญ่ส่งออกไปยังประเทศเม็กซิโก, ชิลี, บราซิล และยุโรป ทั้งนี้ แม้ว่าประเทศในยุโรปจะสามารถนำน้ำมันดีเซลจากคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ออกมาใช้ ซึ่งอาจทำให้อัตราการใช้กำลังการกลั่นลดลง หลังน้ำมันดิบส่งออกจากซาอุดิอาระเบียลดลง จากปัญหาที่ท่อส่งน้ำมัน East-West pipeline แต่เอเชียอาจต้องส่งออกน้ำมันดีเซลเพิ่มมากขึ้นเพื่อชดเชยอุปทานที่ขาดหายไปจากสหรัฐฯ
นอกจากนี้ มองว่า ภูมิภาค ลาตินอเมริกา อาจเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดีเซล เพื่อชดเชยการหยุดชะงักของอุปทานเช่นกัน ดังนั้น ทิศทางการค้าที่เปลี่ยนไป จึงอาจช่วยหนุน crack spread น้ำมันดีเซลในเอเชีย หากสหรัฐฯ มีมาตรการควบคุมการส่งออกน้ำมันดีเซล แม้จะเป็นในรูปแบบจำกัดการส่งออกไม่ใช่การสั่งห้ามแบบเบ็ดเสร็จ
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า ถังเก็บน้ำมันที่มีอยู่จำกัด อาจทำให้โรงกลั่นในสหรัฐฯ โดยเฉพาะโรงกลั่นบริเวณชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก ลดอัตราการใช้กำลังการผลิตเพื่อรักษาระดับค่าการกลั่น (GRM) ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวนอกจากจะทำให้มีการผลิตน้ำมันดีเซลลดลงแล้ว ยังส่งผลให้การผลิตน้ำมันเบนซินและน้ำมันเครื่องบินลดลงเช่นกัน
ปัจจุบัน ปริมาณน้ำมันเบนซินส่วนเกินในสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 500,000 บาร์เรล/วันในครึ่งปีแรก 69 ซึ่งต่ำกว่าปริมาณน้ำมันดีเซลส่วนเกินอยู่แล้ว เท่ากับว่า การลดอัตราการใช้กำลังการกลั่น อาจทำให้ส่วนต่างหดแคบลงเหลือไม่ถึง 100,000 บาร์เรลต่อวัน หรือแม้กระทั่งเข้าสู่ภาวะขาดแคลน หากเกิดเหตุให้โรงกลั่นต้องหยุดเดินเครื่องนอกแผน ดังนั้น crack spread ของน้ำมันเบนซินและน้ำมันเครื่องบินจึงอาจได้รับแรงหนุน แม้ว่าสหรัฐฯ จะจำกัดการส่งออกน้ำมันดีเซลเพียงบางส่วนก็ตาม
ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ระบุว่า โรงกลั่นในสหรัฐฯ เดินเครื่องใกล้เต็มกำลังการผลิตแล้ว โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 97% ขณะที่การเลื่อนกำหนดซ่อมบำรุงโรงกลั่นออกไปอาจเพิ่มความเสี่ยงจากการหยุดเดินเครื่องนอกแผน ซึ่งจะกลายเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุน crack spread ของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปในเอเชีย
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI จึง “คงน้ำหนัก” การลงทุน Neutral ในกลุ่มน้ำมันและก๊าซของไทย โดยมองว่า กลุ่มโรงกลั่นเป็นตัวเลือกที่ดีกว่ากลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งน่าจะประสบปัญหาอุปทานล้นตลาดต่อไปอีกหลายปี
ทั้งนี้ upside risk อาจเกิดจากปัญหาการหยุดชะงักของกำลังการกลั่นที่สูงกว่าคาด ส่วน downside risk จะมาจากค่าขนส่งที่สูงขึ้น
