HoonSmart.com>> ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งสามดัชนีหลักปิดบวก ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 316 จุด แรงหนุนจากราคาน้ำมัน-อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอ่อนตัวลง ข้อมูลแรงงานแข็งแกร่ง นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นเทคโนโลยี ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป”ปิดบวก
ตลาดหุ้นสหรัฐวันที่ 17 กันยายน 2569 ปิดบวก โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล รวมถึงข้อมูลแรงงานที่แข็งแกร่ง ช่วยให้ตลาดก้าวข้ามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์( Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 51,778.04 จุด เพิ่มขึ้น 316.14 จุด หรือ +0.61%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,637.76 จุด เพิ่มขึ้น 85.95 จุด, +1.14%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,418.30 จุด เพิ่มขึ้น 439.87 จุด, +1.69%
ทั้งสามดัชนีหลักปรับขึ้นมาก นำโดยดัชนี Nasdaq ที่ได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นในวงกว้างของกลุ่มเทคโนโลยี
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น ทั้งราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ แตะระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ หลังจากความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานคลี่คลายจากรายงานว่าซาอุดีอาระเบียตัดสินใจจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมให้แก่โรงกลั่นในเอเชีย ผ่านวิธีการถ่ายโอนน้ำมันระหว่างเรือ (ship-to-ship transfer) บริเวณใกล้กับท่าเรือโซฮาร์ในประเทศโอมาน
ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความกังวลของนักลงทุนลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ หลังจากราคาน้ำมันอ่อนตัวลง
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง โดยอัตราผลตอบ แทนพันธบัตรอายุ 10 ปีร่วงลงต่ำกว่าระดับ 5% มาอยู่ที่ระดับ 4.93% หลังจากที่ก่อนหน้านี้อัตราผลตอบแทนได้ดีดตัวกลับขึ้นไปเหนือระดับสำคัญเมื่อวันพุธ ภายหลังการประกาศมติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)ที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้
ตลาดหุ้นฟื้นตัวขณะที่นักลงทุนประเมินถ้อยแถลงในเชิงเข้มงวด (hawkish) ของนาย เควิน วอร์ซ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าช่วยกู้คืนความน่าเชื่อถือของเฟดในเรื่องการจัดการกับภาวะเงินเฟ้อ
วอร์ช กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่ง และการรักษาเสถียรภาพราคาไม่จำเป็นต้องส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นมุมมองที่ได้รับการสนับสนุนจากรายงานการขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของกระทรวงแรงงาน ที่แสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1969
กระทรวงแรงงานรายงานตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 10,000 ราย สู่ระดับ 196,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่า 207,000 รายที่นักวิเคราะห์คาด
โรเบิร์ต คอนโซ ซีอีโอของ The Wealth Alliance กล่าวว่าตลาดมีความโล่งใจที่เห็นว่า เฟดกำลังลงมือจัดการกับปัญหาเงินเฟ้อที่รับมือได้ยาก
ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า ขณะนี้ตลาดการเงินประเมินโอกาส 53.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนตุลาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 27.2% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดโดยรวมปรับตัวสูงขึ้น โดยหุ้นในกลุ่ม “Magnificent Seven” อย่าง Nvidia และ Amazon ต่างปรับขึ้นกว่า 2% ขณะที่ Microsoft ปรับตัวขึ้น 1.5% ส่วนหุ้นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) เช่น Qualcomm และ Intel ก็ปรับตัวขึ้น 2% และ 7% ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มผู้สร้างบ้าน ปรับขึ้น 1.1% หลังจากข้อมูลภาคที่อยู่อาศัยบ่งชี้ว่ายอดการเริ่มก่อสร้างบ้านเดี่ยวและยอดขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนที่ผ่านมา
สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ (NAR) รายงาน ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอ
ปิดการขาย (pending home sales) เดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 71.2สวนทางกับการลดลง 0.2% ที่นักวิเคราะห์คาดเมื่อเทียบรายปี ดัชนีปรับตัวลง 4.7%
กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเดือนสิงหาคมลดลง 2.6% มาที่ 1.275 ล้านยูนิต ต่ำกว่า 1.320 ล้านยูนิตที่นักวิเคราะห์คาด
หุ้นกลุ่มธนาคารที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยทรงตัวหลังจากที่ร่วงลง 2.3% เมื่อวันพุธ โดยดัชนีปิดตลาดปรับตัวขึ้น 0.2%
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ลดลงและการชะลอตัวของการเทขายพันธบัตรทั่วโลก ซึ่งช่วยหนุนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในวงกว้าง
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 642.60 จุด เพิ่มขึ้น 5.51 จุด, +0.86%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,816.14 จุด เพิ่มขึ้น 127.67 จุด, +1.19%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,186.93 จุด เพิ่มขึ้น 46.34 จุด, +0.57%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,716.71 จุด เพิ่มขึ้น 178.96 จุด, +0.70%
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะปรับตัวขึ้นนำตลาด โดยพุ่งขึ้น 2.1%
หุ้นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ ปรับตัวขึ้น 1.7% โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นประมาณ 2% ของหุ้น BMW, Renault และ Volkswagen
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง หลังจากมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียเสนอขายน้ำมันเพิ่มเติมผ่านทางโอมาน แม้ยังคงสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ภาคพลังงานของยุโรปปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 0.1%
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปีของเฟดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตอกย้ำความคาดหวังว่าธนาคารกลางหลักๆ กำลังเร่งความพยายามในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ลดลง เนื่องจากนักลงทุนประเมินการตัดสินใจและสัญญาณของการเข้มงวดนโยบายการเงินเพิ่มเติมในอนาคต
ด้านธนาคารกลางอังกฤษมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.75% ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนในเดือนสิงหาคมได้รับการปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 3.2% เมื่อเทียบรายปี จากตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ 3.3%
ในสวีเดน นายกรัฐมนตรีอุล์ฟ คริสเตอร์สสันประกาศว่าจะลาออกจากตำแหน่ง หลังจากที่พรรคฝ่ายค้านแนวทางกลาง-ซ้ายสามารถคว้าเสียงข้างมากในสภาไปได้แบบเฉียดฉิวในการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
พรรค Social Democrats ซึ่งนำโดยอดีตนายกรัฐมนตรีมักดาเลนา อันเดอร์สสัน เตรียมที่จะเป็นแกนนำในการเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดต่อไป ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นหลักของสวีเดน ปรับขึ้น 1.1%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 52 เซนต์ หรือ 0.51% ปิดที่ 101.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายนลดลง 1.01 ดอลลาร์ หรือ 0.95% ปิดที่ 104.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

