HoonSmart.com>> บล.บลูเบลล์ เปิดมุมมองลงทุนหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ส่งสัญญาณขึ้นต่อ จับตาเงินเฟ้อ–บอนด์ยีลด์สูง จังหวะสะสม Global Bond มองบวกหุ้น Growth, AI Value Chain และ Finance & Bank พร้อมคัด 8 กองทุนเด่น จัดพอร์ตลงทุน

บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ ประเมินทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุมวันที่ 15–16 กันยายน 2569 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 3.75–4.00% โดยให้เหตุผลว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และการดำเนินนโยบายครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% ได้เร็วขึ้น
บลูเบลล์มองว่า ท่าทีของ Fed มีความเข้มงวดมากขึ้น (Hawkish) โดยให้น้ำหนักกับการควบคุมเงินเฟ้อเป็นประเด็นสำคัญ ขณะที่ประมาณการอัตราดอกเบี้ยล่าสุดสะท้อนว่า Fed ยังเปิดโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ โดยค่ามัธยฐานของประมาณการอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปี 2569 อยู่ที่ 4.1% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 3.8%
Dot Plot ชี้ยังมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
สำหรับ Dot Plot เดือนกันยายน มีกรรมการ Fed จำนวนมากขึ้นที่มองว่าอัตราดอกเบี้ยอาจปรับขึ้นเพิ่มเติมภายในปีนี้ สะท้อนว่าคณะกรรมการยังไม่ได้ปิดโอกาสการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง
ขณะเดียวกัน สำหรับปี 2570 ค่ามัธยฐานของประมาณการอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 4.1% ก่อนลดลงมาอยู่ที่ 3.9% ในปี 2571 และ 3.6% ในปี 2572 สะท้อนมุมมองว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มผ่อนคลายลงในระยะถัดไป
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีแรงส่ง
แม้ Fed จะส่งสัญญาณเข้มงวดด้านนโยบายการเงิน แต่ประมาณการเศรษฐกิจยังสะท้อนภาพการเติบโตที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง โดย Fed ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP Growth ปี 2569 เป็น 2.3% จากเดิม 2.2%
อย่างไรก็ตาม Fed ปรับเพิ่มประมาณการเงินเฟ้อ โดยคาด PCE Inflation ปี 2569 ที่ 3.7% จากเดิม 3.6% และ Core PCE Inflation ที่ 3.4% จากเดิม 3.3% สะท้อนว่าเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ Fed ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ด้าน Fed ระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังขยายตัวในระดับแข็งแกร่ง ขณะที่การใช้จ่ายในประเทศยังมีความยืดหยุ่น การเติบโตของผลิตภาพยังอยู่ในระดับสูง และการลงทุนยังแข็งแกร่ง
มองตลาดพันธบัตร Price in ความ Hawkish ไปพอสมควร
สำหรับตลาดตราสารหนี้ มองว่า ตลาดพันธบัตรได้สะท้อนท่าทีของ Fed ที่มีความ Hawkish ไปพอสมควรแล้ว โดย Bond Yield อายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อนโยบายการเงินของ Fed มากที่สุด ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังการประกาศผลการประชุม ขณะที่ Bond Yield อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4.9–5.0%
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาประมาณการเงินเฟ้อในระยะยาวของ Fed จะพบว่า PCE และ Core PCE มีแนวโน้มลดลงในช่วงปี 2570–2572 สะท้อนว่า Fed ยังคาดหวังว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะทยอยผ่อนคลายในระยะยาว
ทั้งนี้ นักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญระหว่างทาง ทั้งการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ต่อไป
จังหวะทยอยสะสม “กองทุนตราสารหนี้ทั่วโลก”
บล.บลูเบลล์ มองว่า แม้ยังมีโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่จากประมาณการล่าสุด จำนวนครั้งของการขึ้นดอกเบี้ยอาจมีไม่มากนัก ทำให้ช่วงที่ Bond Yield อยู่ในระดับสูงเริ่มเป็นจังหวะที่น่าสนใจสำหรับการทยอยสะสมกองทุนตราสารหนี้ทั่วโลกที่มี Duration ระดับกลาง
โดยในอดีต การเข้าลงทุนในตราสารหนี้ในช่วงที่ Bond Yield อยู่ในระดับสูง มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ผลตอบแทนในอนาคตยังขึ้นอยู่กับทิศทางอัตราดอกเบี้ยและภาวะตลาดในช่วงเวลานั้น
มุมมองหุ้นยังให้น้ำหนัก Growth- Finance & Bank
สำหรับตลาดหุ้น บล.บลูเบลล์ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่ม Growth แม้กลุ่มดังกล่าวจะเผชิญแรงกดดันจากวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น เนื่องจาก Discount Rate ที่สูงขึ้นส่งผลต่อระดับ Valuation
อย่างไรก็ตาม บล.บลูเบลล์มองว่า Theme AI Value Chain ยังมีศักยภาพการเติบโตในระดับสูง ซึ่งอาจช่วยรองรับผลกระทบจาก Discount Rate ที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม Finance & Banking จากโอกาสที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) จะขยายตัวตามการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงิน
กองทุนที่บลูเบลล์แนะนำ
-
• Global Bond: KF-CSINCOME, UGIS-A
-
• Core Portfolio: ES-GAINCOME, ES-GCORE
-
• Satellite: ES-GTECH, DAOL-SUPERAI, KF-AINEXT, LHUSFIN-A
———————————————————————————————————————————————————–

