HoonSmart.com>>บริษัท ผลิตไฟฟ้า จัดงบลงทุน 3 หมื่นล้านบาท เร่งดีล M&A โรงไฟฟ้าต่างประเทศ พัฒนานิคมฯ ระยอง รุก Data Center – Direct PPA มั่นใจครึ่งปีหลังผลประกอบการฟื้นตัวแกร่ง รับอานิสงส์ช่วงไฮซีซันโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การบุ๊กกำไรขายหุ้น 3,000 ล้านบาท-การรับรู้รายได้สัญญาใหม่ Queson เข้าสู่ภาวะปกติ
นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมงบลงทุนรวมกว่า 30,000 ล้านบาท มุ่งเน้นการขยายพอร์ตโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ โดยมีโครงการเป้าหมายที่อยู่ระหว่างการเจรจาควบรวมและซื้อขายกิจการ (M&A) ในต่างประเทศอีก 2-3 โครงการ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้
รวมถึงโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เช่น โครงการบิ๊กสล็อตจำนวน 11 โครงการ ซึ่งหากบรรลุข้อตกลงได้ตามแผนจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ที่มั่นคงระยะยาวผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับผู้ซื้อหลักในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพสูง
พร้อมกันนี้ บริษัทยังเตรียมรับรู้รายได้จากการขายหุ้นบางส่วนในโรงไฟฟ้าบ้านโป่งและคลองหลวงให้แก่พันธมิตรมูลค่ารวมเกือบ 3,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นและรับรู้มูลค่าดังกล่าวได้ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทประเมินว่าจะได้รับปัจจัยหนุนและฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของโรงไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศลาวช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งจะสร้างปริมาณการผลิตไฟฟ้าและรายได้สูงสุดของปี ร่วมกับการฟื้นตัวของโรงไฟฟ้าพาจูในเกาหลีใต้ โรงไฟฟ้าลินเดนและคอมพาสในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าและราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการ Pinnacle II และการที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนทางตอนใต้เตรียมกลับมาเดินเครื่องเต็มกำลังหลังเสร็จสิ้นการหยุดซ่อมบำรุงในครึ่งปีแรก ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมรายได้ตลอดทั้งปีมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าปีที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน บริษัทได้ชี้แจงถึงการรับรู้ผลกระทบจากการปรับลดราคาขายไฟฟ้าในสัญญาใหม่ของโรงไฟฟ้า Queson ว่าได้สะท้อนลงในงบการเงินไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 โดยผลต่างเชิงเปรียบเทียบที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสัญญาเดิมจะสิ้นสุดลงในไตรมาสที่ 2 เท่านั้น และผลการดำเนินงานจะกลับเข้าสู่ระดับปกติในไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป ซึ่งตามสัญญาใหม่ระยะยาว 10 ปี โครงการดังกล่าวจะทยอยสร้างส่วนแบ่งกำไรสุทธิให้แก่บริษัทเฉลี่ยปีละ 1,000 ล้านบาท พร้อมให้กระแสเงินสดและอัตราการจ่ายเงินปันผลที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ EGCO ยังมองเห็นโอกาสการเติบโตระลอกใหม่จากร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ และนโยบาย Direct PPA ของภาครัฐ
โดยมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเข้าร่วมประมูลทั้งโรงไฟฟ้ารูปแบบดั้งเดิมบนพื้นที่ศักยภาพเดิมในภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคตะวันตก รวมถึงโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และการศึกษาเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อรองรับเป้าหมายพลังงานสะอาดในระยะยาว
หนึ่งในโครงการไฮไลต์สำคัญคือการเร่งพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเอ็กโก ระยอง ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) บนที่ดินกว่า 600 ไร่ ซึ่งเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของ กฟผ. อยู่แล้วเพื่อรองรับผู้ประกอบการ Data Center โดยไม่สร้างต้นทุนสายส่งเพิ่มเติม
ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การพัฒนาพื้นที่ให้เช่าหรือขาย การตั้งโรงไฟฟ้าเพื่อขายไฟตรงแบบ Private PPA การให้บริการ Direct PPA และการร่วมลงทุนในธุรกิจ Data Center เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่มั่นคงของกลุ่มผู้พัฒนา Data Center และเทคโนโลยี AI ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหญ่ 2-3 ราย ทั้งในรูปแบบการเช่าหรือซื้อที่ดิน รวมถึงโมเดลการร่วมลงทุนและการจ่ายไฟฟ้าแบบ Direct PPA โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นการเข้ามาใช้พื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป
ทั้งนี้ ประเมินเปรียบเทียบตลาดพลังงานและเทคโนโลยีกับสหรัฐอเมริกาที่การเติบโตของ Data Center ส่งผลให้ความต้องการและราคาไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดเสรี สำหรับประเทศไทยภาครัฐเริ่มมีแนวทางบริหารจัดการเพื่อไม่ให้การเพิ่มขึ้นของ Data Center ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของประชาชน พร้อมกันนี้บริษัทยังเปิดเผยถึงความสำเร็จในการทดลองใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนในโรงไฟฟ้า Linden ที่สหรัฐอเมริกา และการศึกษาความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี CCUS
ส่วนการบริหารจัดการสินทรัพย์ (Divestment) จะเน้นการรีไซเคิลเงินทุนเพื่อนำไปลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า โดยคาดว่าจะมีการเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติมในไตรมาสที่ 4 เพื่อหนุนรายได้และกำไรสุทธิให้เติบโตยั่งยืน
แม้ว่าราคาพลังงานในตลาดโลก จะมีแนวโน้มปรับตัวลงได้ยากจากความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า ตลอดจนมาตรการแทรกแซงราคาจากภาครัฐในหลายประเทศที่อาจกดดันผลประกอบการในระยะสั้นก็ตาม แต่ในส่วนของประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐและผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนยังคงร่วมมือกันบริหารจัดการโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงเพื่อให้สามารถเรียกคืนต้นทุนกลับมาได้ตามระบบ
ผลกระทบจากมาตรการอุดหนุนส่วนใหญ่จะส่งผลต่อสภาพคล่องและกระแสเงินสดหมุนเวียนชั่วคราวเท่านั้นหากมีการชดเชยคืนภายในรอบปีงบประมาณเดียวกัน แต่หากเป็นการชดเชยข้ามปีจะส่งผลให้การรับรู้กำไรสุทธีย้ายไปอยู่ในปีถัดไป
ปัจจุบันระดับราคาค่าไฟยังคงสอดคล้องกับต้นทุนก๊าซธรรมชาติและยังไม่พบสัญญาณการแทรกแซงที่รุนแรง
บริษัทจึงพร้อมใช้จุดแข็งจากประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ตลอดจนฐานการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน
