HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยเผยกำไรบจ.ไตรมาส 2/69 ที่วิเคราะห์รวม 3.41 แสนล้านบาท โต11% YoY โต 15% QoQ เกินกว่าตลาดคาด 12% แห่ปรับเป้ากำไรต่อหุ้นตลาดปี 69 เพิ่มเป็น 108.8 บาท ปีหน้า 114 บาท บล.หยวนต้าฯลดทอนกำไรสต็อกลงเหลือ 103 บาท กรณีฐานคาดเป้าปีหน้า 1,730 จุด มีลุ้น 1,800 ดึงดูดเงินไหลเข้า วันนี้ต่างชาติซื้อ 2,200 ล้านบาท GDP โต 1.9% เกินคาด เชียร์กลุ่ม Domestic Play บาทแข็งหลุด 33
บล.กสิกรไทย มองกรอบหุ้นสัปดาห์นี้ 1,600-1,640 หลังจบฤดูกาลงบไตรมาสที่ 2/2569 กำไรของหุ้นภายใต้การวิเคราะห์อยู่ที่ 3.41 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเติบโต 15% เทียบกับไตรมาสแรก (QoQ) สูงกว่าที่เราและตลาดคาด 9% และ 12% เพิ่มโอกาสปรับประมาณการกำไรและ Valuation ของ SET ขึ้น รวมถึงอาจหนุนเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาเพิ่มเติม กลยุทธ์เน้นสะสมหุ้นที่คาดว่ากำไรครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มโตต่อเนื่อง

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรต่อหุ้น( EPS) ของ SET Index ปี 2569 ขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 108.8 บาท/หุ้น และปีหน้า 114 บาท/หุ้น ไปขนาดนี้แล้ว ทำเป้ากลางปีหน้า เดิม ใช้ 1,650 เพราะใช้ EPS 103 บาทมีที่มาที่ไปถอดกำไรจากสต็อกน้ำมันออก เพราะเชื่อว่าราคาน้ำมันน่าจะถอยกลับมาที่เดิม ยังเติบโต 26% ถ้าใช้ PE กลางๆ บริเวณ 17 เท่า ได้เป้าหมายดัชนี 1,750 หากใช้ 17.5 เท่า น่าจะเห็น 1,800 จุดได้
“หุ้นไทยเป็นไม่กี่ประเทศในอาเซียนที่ปรับเพิ่มกำไรต่อหุ้น ซึ่งน่าจะดึงดูดเงินทุนต่างประเทศไหลเข้ามามากขึ้น”
ด้านนักวิเคราะห์ปรับเพิ่มกำไรต่อหุ้นของตลาด ได้แรงหนุนจากการปรับประมาณการกำไรขึ้นในกลุ่มพลังงานและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนักลงทุนต่างชาติเห็นผลงาน ส่งผลให้เงินไหเข้ามามากขึ้น รวมถึงการปรับดัชนี MSCI รอบนี้วันที่ 31 ส.ค. เป็นการเพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นไทยโดยรวม และประเทศไทยจะจัดงานช้าง Thailand Focus ระหว่างวันที่ 26-28 ส.ค.2569 จากสถิติจะมีเงินทุนไหลเข้ามาก่อนและจะเพิ่มมากขึ้นหลังได้รับข้อมูลจากภาครัฐและบริษัทจดทะเบียนแบบตัวต่อตัว
เช้าวันนี้ทางสภาพัฒน์ประกาศตัวเลขเศณษบกิจไทยในไตรมาสที่ 2/2569 ขยายตัว 1.9% YoY และหดตัว 0.2% QoQ ดีกว่าที่ตลาดคาด โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองชะลอลงแต่ดีกว่าคาด จึงยังคงมุมมองเศรษฐกิจปี 2569 ขยายตัวที่ 2.0%
“แม้ GDP ไตรมาส 2/2569 ดีกว่าที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาด แต่ยังไม่เปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากตัวเลขที่ดีกว่าคาดส่วนใหญ่มาจากการสะสมสินค้าคงคลัง ขณะที่แรงส่งจากองค์ประกอบอื่นของเศรษฐกิจอ่อนแรงลง โดยการลงทุนภาคเอกชนยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก คาดครึ่งปีหลังจะชะลอลงจากครึ่งปีแรกที่ขยายตัวที่ 2.4%”
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุ ปัจจุบันยังมีความเสี่ยงสำคัญมีแนวโน้มขยับจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไปสู่แรงกดดันจากภาคต่างประเทศและความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสอบสวนประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างและการตรวจสอบสินค้าสวมสิทธิ์ (transshipment) ซึ่งยังต้องรอรายละเอียดมาตรการของสหรัฐฯ และผลการเจรจาการค้าของไทย โดยคาดว่าจะส่งผลชัดเจนขึ้นในปี 2570
บล.กรุงศรีแนะนำ GDP โต 1.9% มากกว่า Consensus คาดที่ 1.8% จุดเด่น คือ การลงทุนภาคเอกชนเร่งขึ้น +13.4% YoY vs prev. +10.1% ส่วนสภาพัฒน์ ปรับเพิ่ม GDP สู่ 2.0-2.5% จากเดิมกรอบ 1.5-2.0% มองเป็นจิตวิทยาบวกต่อ SET และหุ้นในกลุ่ม Domestic Play อาทิ กลุ่มธนาคาร และ ไฟแนนซ์ Top Pick KTB, KBANK MTC
หุ้นธีมลงทุน นิคม AMATA, WHA ไฟฟ้า GULF, GUNKUL, WHAUP รับเหมา STECON, PYLON
หุ้นฝั่ง De-escalation หนุนการฟื้นตัวของ GDP จากจุดต่ำสุด 1ปีข้างหน้า AOT, AWC, ERW, CENTEL, BH, BDMS, CRC
ด้านตลาดหุ้นวันที่ 17 ส.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ 1,626.44 จุด พุ่งขึ้น 17.38 จุด หรือ +1.08% มูลค่าซื้อขายรวม
75,660.86 ล้านบาท ฝีมือนักลงทุนต่างชาติลุยซื้อ 2,199.87 ล้านบาท พอร์ตบล.ซื้อด้วย 894.29 ล้านบาท สถาบันซื้อ 92.61 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนไทยขายทำกำไร 3,186.78 ล้านบาท
หุ้นอิเล็กทรอกนิกส์ พาตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรง HANA เป็นพระเอกกระโดดไกลถึง 22% ปิดที่ 48.50 บาท ส่วนกลุ่มโรงกลั่นปรับลง 3-5% หลังจาก outperform มาต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี
อ่านข่าวอื่นๆ
