HoonSmart.com>> “ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิก” ทรงตัว จากความไม่แน่นอนแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วโลก หลังราคาน้ำมันสูงขึ้น เจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านข้อตกลงสันติภาพ เปิดช่องแคบฮอร์มุซส่อยืดเยื้อ
ตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทรงตัวจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วโลก จากราคาน้ำมันสูงขึ้น เนื่องจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งประสบกับทางตัน
เมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ตอบโต้เงื่อนไขของอิหร่านสำหรับข้อตกลงสันติภาพด้วยข้อเรียกร้องให้อิหร่านจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้เสียชีวิตในสงคราม การโจมตี และการประท้วง ซึ่งเป็นการยกระดับวาทกรรมที่อาจทำให้ความพยายามในการเปิดเส้นทางน้ำที่สำคัญนี้มีความซับซ้อนมากขึ้น
พันธบัตรรัฐบาลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกปรับตัวลดลงตามพันธบัตรรัฐบาล เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นติดต่อกันสี่วันทำให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง ก่อนที่จะมีการประกาศข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ในปลายสัปดาห์นี้”สถานการณ์ในขณะนี้เปรียบได้กับ
โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG กล่าวว่า สถานการณ์น่าจะกลายเป็นสงครามที่ยืดเยื้อเพื่อบั่นทอนกำลังอีกฝ่าย และน่าจะได้เห็นราคาในตลาดน้ำมันเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 75-95 ดอลลาร์ต่อไป ระหว่างที่รอจับตาดูว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายยอมถอยก่อน
การปรับตัวสูงขึ้นของราคาเชื้อเพลิงในช่วงล่าสุดทำให้รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ประจำเดือนกรกฎาคมที่จะประกาศในวันพุธนี้มีความสำคัญยิ่งขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่าตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (Headline CPI) จะปรับตัวขึ้น 0.1% แบบรายเดือน ในขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) คาดว่าจะปรับตัวขึ้น 0.2%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์ มาที่ 4.71%
วันนี้ไม่มีการซื้อขายในตลาดหุ้นญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นวันหยุด
อย่างไรก็ตามในเอเชีย ตลาดต่างจับตาค่าเงินเยนหลังจากที่อ่อนค่าลง 1% เมื่อวันจันทร์ ซึ่งทำให้การแข็งค่าจากการเข้าแทรกแซงตลาดในช่วงก่อนหน้านี้หายไปราวครึ่งหนึ่ง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นประเด็นสำคัญทางจิตวิทยาสำหรับนักลงทุนที่ยังคงเฝ้าระวังมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมจากทางการ ทั้งนี้ ในวันอังคาร ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้น 0.1% มาอยู่ที่ระดับ 159.14 เยนต่อดอลลาร์
นักวิเคราะห์จาก Nomura ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดน่าจะยังคงจับตาความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดด้วยการซื้อเงินเยนร่วมกันอีกครั้ง จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่อัตราแลกเปลี่ยน USD/JPY จะพุ่งทะลุระดับ 160 ในระยะอันใกล้นี้ อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของราคาล่าสุดบ่งชี้ว่ามีแรงซื้อเข้ามาจำนวนมาก เมื่อราคา USD/JPY ย่อตัวลง หลังจากที่ค่าเงินคู่นี้ปรับตัวมาอยู่ที่ระดับ 156-157 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
เหอปี้ เฉิน นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสจาก Vantage Global Prime กล่าวว่า ตลาดหุ้นเอเชียมีทิศทางที่ไม่ไม่แน่นอน เนื่องจากนักลงทุนต่างหันมาใช้กลยุทธ์ดูสถานการณ์เพื่อรอสัญญาณบ่งชี้ทางเศรษฐกิจมหภาคครั้งต่อไป อย่างไรก็ตาม หากมองลึกลงไปจะพบว่าบริบทของตลาดกำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยราคาน้ำมันและทองคำต่างปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นคู่สินทรัพย์ที่แทบจะไม่เคยเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันเลยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และนับเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่านักลงทุนอาจกำลังเริ่มปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การซื้อขายไปสู่แนวทางใหม่
ราคาทองคำในตลาดสปอตปรับตัวสูงขึ้น 0.5% สู่ระดับ 4,409.81 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ณ เวลา 10.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,959.839 จุด ลดลง 6.755 จุด, -0.17%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,824.03 จุด ลดลง 113.46 จุด, -0.44%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,338.49 จุด เพิ่มขึ้น 38.83 จุด, +0.62%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 44,983.98 จุด เพิ่มขึ้น 55.22 จุด, +0.12%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.23 ดอลลาร์หรือ 0,28% ซื้อขายที่ 82.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 0.19 ดอลลาร์หรือ 0.22% ซื้อขายที่ 87.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

