HoonSmart.com >> PTG ผนึก “ไพศาล แคปปิตอล” ปั้นสินเชื่อรถบรรทุก ตั้งเป้า 5 ปี หลังเข้า SET ดันพอร์ตแตะ10,000 ล้านบาท ต้นปี 2570 ยื่นไฟลิ่งคาดเข้า SET ภายในไตรมาส 3/70 จับตา Synergy ฐานลูกค้า–Max Card สู่ Financial Ecosystem

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) และบริษัท ไพศาล แคปปิตอล บริษัทในเครือร่วมมือกันจัดกิจกรรม “PT ค่ายอาสาไม่ทิ้งกัน” เพื่อคนไทย “อยู่ดีมีสุข” ณ โรงเรียนวัดกุดนกเปล้า อ.เมือง จังหวัดสระบุรี
นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTG เปิดเผยภายหลังกิจกรรม CSR ว่า PTG เดินหน้าต่อยอดธุรกิจ Non-Oil ด้วยการร่วมลงทุนใน บริษัท ไพศาล แคปปิตอล (Paisan Capital) ผู้ให้บริการสินเชื่อรถบรรทุกมือสองและสินเชื่อที่เกี่ยวข้อง โดย PTG เข้าถือหุ้น 33.33% ตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งไพศาล แคปปิตอล ดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ โดยเป็น สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง สินเชื่อเพื่อหมุนเวียนธุรกิจ
“ไพศาลได้ PTG เป็นพันธมิตรที่มีเครือข่ายสถานีบริการและฐานสมาชิกขนาดใหญ่ ของฐานสมาชิก PT Max Card และ PT Max Card Plus มีมากกว่า 20 ล้านสมาชิก ซึ่งไพศาล ฯ สามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจในอนาคตได้” ผู้บริหาร PTG กล่าว
พอร์ต 3.7 พันล้านบาท เน้นรถบรรทุกมากกว่า 90%
ขณะที่นายสุกฤษฎ์ เหรียญภิญญวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพศาล แคปปิตอล กล่าวว่า บริษัท ฯ มีเป้าหมายขยายพอร์ตสินเชื่อจากระดับ 3,700 ล้านบาท สู่ระดับ 10,000 ล้านบาท ภายในไม่เกิน 5 ปี หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ พร้อมวางตำแหน่งธุรกิจเป็น “ผู้นำสินเชื่อรถบรรทุกภูธร” โดยอาศัยเครือข่ายสาขาและทีมขายในต่างจังหวัดเป็นหัวหอก
นายสุกฤษฏ์ ระบุว่า มากกว่า 90% เป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุก ขณะที่หลัง PTG เข้ามาร่วมทุน ธุรกิจมีการเติบโตของพอร์ตราว 25–30%
โมเดลธุรกิจไม่ได้จำกัดเพียงการปล่อยสินเชื่อ แต่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดไฟแนนซ์ การต่อกระบะและตัวถัง การทำสีเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ ไปจนถึงการซ่อมบำรุง ทำให้บริษัทสามารถเข้าไปอยู่ในหลายจุดของวงจรการใช้งานรถเพื่อการพาณิชย์
ปัจจุบัน บริษัท ไพศาล แคปปิตอล ยังคงเน้นตลาดรถบรรทุกเป็นหลัก ปัจจุบัน มี 9 สาขา รวมสำนักงานใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก ส่วนของภาคใต้ยังไม่ได้กระจายไปทุกจังหวัด มีเพียงจังหวัดประจวบฯ เท่านั้น บริษัทฯ มีแผนที่ขยายต่อไปในอนาคตขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ
” การจับมือของพีทีจี + ไพศาล ฯ เป็น Synergy ระหว่างความเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อของไพศาล ซึ่งดำเนินธุรกิจมานาน มีความเชี่ยวชาญการประเมินลูกค้าและหลักประกันรถบรรทุก ขณะที่ PTG มีจุดแข็งฐานสมาชิก Max Card บริษัทได้เชื่อมข้อมูลรวมถึงการพัฒนา Credit Scoring จึงมีโอกาสช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองลูกค้าและการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เป็นการสร้างการเติบโตและต่อยอด Ecosystem ของบริษัทให้มีบริการที่หลากหลายมากขึ้น”
ขยาย Personal Loan–Factoring แต่ยังเน้นลูกค้าเดิม
ผู้บริหาร ไพศาล แคปปิตอล กล่าวว่า การขยายผลิตภัณฑ์จากสินเชื่อรถบรรทุกไปสู่ Personal Loan และ Factoring ยังมีขนาดไม่มากเมื่อเทียบกับพอร์ตสินเชื่อหลัก ซึ่งกลยุทธ์เบื้องต้น ยังมุ่งไปที่ลูกค้าเดิมที่มีประวัติชำระหนี้ดี รวมถึงกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างในเครือข่าย PTG
แนวทางนี้ สะท้อนกลยุทธ์การเติบโตแบบ “ต่อยอดฐานลูกค้า” มากกว่าการเร่งขยายไปยังตลาดที่บริษัทไม่มีข้อมูลหรือความเชี่ยวชาญ ซึ่งในทางธุรกิจสินเชื่อถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะการเติบโตของพอร์ตต้องเดินควบคู่กับการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์
ตั้งเป้าเบ่งพอร์ตสินเชื่อ 1 หมื่นล. ปักหมุดตั้นปี 2570 ยื่นไฟลิ่ง เข้า SET
นายสุกฤษฏ์ กล่าวว่า ปีนี้บริษัท ฯ อยู่ระหว่างเตรียมตัวเพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ คาดต้นปี 2570 ยื่นแบบข้อมูลเสนอขายหุ้นต่อนักลงทุนทั่วไป หรือไฟลิ่ง และเป้าหมายเข้าจดทะเบียนใน SET ไตรมาส 3/2570 หลัง IPO บริษัท PTG จะถือหุ้นประมาณ 25% จากเดิม 33.33%
วัตถุประสงค์การระดมทุน เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนธุรกิจ , การขยายพอร์ตสินเชื่อ โดยตั้งเป้าหมาย 5 ปีหลังจากเข้าตลาดหุ้น พอร์ตสินเชื่อจะเบ่งโตไปถึงระดับ 10,000 ล้านบาท จากปัจจุบัน 3,700 ล้านบาท
ปัจจุบันบริษัทควบคุม NPL อยู่ราว 3–4% โดยเข้มงวดตั้งแต่การประเมินราคาหลักประกัน ตรวจสอบประวัติเครดิต และให้ความสำคัญกับสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ , ประวัติเก่า ซึ่งฐานลูกค้าบัตร Max Card ทำให้บริษัทสามารถคัดกรองลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
ด้านการแข่งขัน ผู้บริหารมองว่า การเข้ามาของ Virtual Bank ยังไม่ได้สร้างผลกระทบโดยตรงต่อไพศาลมากนัก เนื่องจากสินเชื่อรถบรรทุกเป็นตลาดเฉพาะทาง จำเป็นต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับรถ หลักประกัน และลักษณะอาชีพของผู้กู้
ทั้งนี้ สำหรับ PTG การลงทุนในบริษัท ไพศาล แคปปิตอล เป็นการสร้าง New S-Curve ผ่านธุรกิจการเงิน หากไพศาล แคปปิตอล สามารถเข้าสู่ตลาดทุนได้ตามกระบวนการ จะเปิดโอกาสให้ธุรกิจมีแหล่งเงินทุนและฐานทุนเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน มูลค่าของธุรกิจที่ PTG ถืออยู่ ก็มีโอกาสถูกสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนมากขึ้น อีกทั้ง การจับมือของ PTG –ไพศาล แคปปิตอล เป็นกาสร้าง Financial Ecosystem ที่เชื่อม “ฐานลูกค้า–ข้อมูล–เครือข่าย–สินเชื่อ” เข้าด้วยกัน เป้าหมายพอร์ตระดับ 10,000 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่สะท้อน Upside ของธุรกิจในระยะยาว
