HoonSmart.com>>บล.เอเซีย พลัส ชี้เจรจาฮอร์มุซเพิ่มเงื่อนไขดันน้ำมันพุ่ง 5% บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ทะยานฉุดฟันด์โฟลว์ไหลออกหุ้นไทย 9 พันล้าน แนะกลยุทธ์ตั้งรับเลือกหุ้นเด่นพลังงานและท่องเที่ยวที่ได้อานิสงส์เฉพาะตัว ชู PTT-CENTEL-PRM
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ประเมินทิศทางตลาดทุนโลกเผชิญแรงบีบจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่มข้อเรียกร้องชดเชยความเสียหายสงคราม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ดีดตัวขึ้นแรงกว่า 5% ดึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ทะยานเข้าใกล้จุดสูงสุดเดิม และฉุดรั้งให้กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่เผชิญแรงขายสะสมกว่า 9,000 ล้านบาทตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม
หุ้นไทยบวกกระจุกตัวด้วยอิทธิพล DELTA ลุ้นกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐพยุงการบริโภค ดัชนี SET Index วานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.36 จุด อยู่ที่ระดับ 1,624.36 จุด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ชี้ว่าเป็นการปรับตัวขึ้นแบบกระจุกตัวสูงมาก หากหักอิทธิพลของหุ้นขนาดใหญ่อย่าง DELTA ออกไป ดัชนีที่แท้จริงของตลาดจะปรับตัวติดลบถึง 5 จุด โดยมีหุ้นในดัชนี SET100 ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เพียง 31 บริษัทเท่านั้น สะท้อนว่าแรงขายของตลาดยังคงหนาแน่นอยู่
อย่างไรก็ดี ปัจจัยสนับสนุนในประเทศยังมีแรงหนุนระยะสั้นจากความคืบหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่:
1.โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40): คาดว่าจะมีการพิจารณาดำเนินโครงการต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี หลังยอดการใช้จ่ายสะสมล่าสุดพุ่งทะลุ 1 แสนล้านบาท และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า 1 ล้านแห่ง
2.โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส: คาดว่าจะได้ข้อสรุปรายละเอียดที่ชัดเจนภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ เพื่อเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินว่า การที่ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ยังทรงตัวสูงและการเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ จะส่งผลดีต่อหุ้น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มโรงกลั่นและขนส่งน้ำมัน (PTTEP, PRM, PTT, BCP, TOP) และ กลุ่มค้าปลีก อาหาร และเช่าซื้อ (CPALL, CPAXT, CBG, OSP, ICHI, MTC, TIDLOR)
กลยุทธ์การลงทุน: เน้นหุ้นเกราะป้อง Trade War และน้ำมันฟื้นตัว ชู PTT-CENTEL-PRM แนะนำกลยุทธ์การลงทุนโดยมุ่งเน้นการจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ต่างประเทศผ่านเกราะป้องกันความตึงเครียดทางการค้าและกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้น ได้แก่ DR: SPENGY80 (กลุ่มพลังงาน) และ DR: ZIJIN80 (หุ้นเหมืองทองคำและทองแดง)
สำหรับการลงทุนในหุ้นไทย แนะนำ 3 หุ้นเด่นประจำวัน ดังนี้:
• PTT (เก็งกำไร): หุ้น Laggard ขนาดใหญ่ที่ได้อานิสงส์โดยตรงจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบโลก และมีความน่าสนใจโดดเด่นในด้านการจ่ายเงินปันผลสูง (ทางเทคนิค: แนวรับ 38.50 บาท / แนวต้าน 41.00 บาท / จุดตัดขาดทุน 37.25 บาท)
• CENTEL (เก็งกำไร): คาดผลประกอบการงวดไตรมาส 2/2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง มีกำไรปกติ 176 ล้านบาท สูงกว่าที่ตลาดและฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ ขณะที่งวดไตรมาส 3 คาดกำไรขยายตัวต่อเนื่อง YoY และไตรมาส 4 จะเป็นจุดสูงสุดของปีจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของการท่องเที่ยว (ทางเทคนิค: แนวรับ 38.50 บาท / แนวต้าน 41.00 บาท / จุดตัดขาดทุน 37.25 บาท)
• PRM (เก็งกำไร): ได้รับ Sentiment เชิงบวกโดยตรงจากวิกฤตความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลหนุนให้ความต้องการและอัตราค่าบริการขนส่งน้ำมันทางเรือรวมถึงการจัดเก็บน้ำมันสำเร็จรูป (FSU) ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น (ทางเทคนิค: แนวรับ 9.90 บาท / แนวต้าน 10.60 บาท / จุดตัดขาดทุน 9.60 บาท)
———————————————————————————————————————————————————–

