“หุ้นโตเกียว”บวก – “เอเชีย” ลบ น้ำมัน/บอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้น

HoonSmart.com>>”ตลาดหุ้นโตเกียว” เช้านี้บวกเล็กน้อย ตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ “ตลาดหุ้นเอเชีย” ปรับตัวลดลง ท่ามกลางการซื้อขายอย่างระมัดระวัง ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนสหรัฐฯ -อิหร่านจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้ในเร็ว ๆ นี้หรือไม่

ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ (28 กันยายน 2569) ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความคาดหวังว่าสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะคลี่คลายลง นอกจากนี้ แรงซื้อเพื่อรับเงินปันผลยังช่วยหนุนตลาดอีกทางหนึ่งด้วย

ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนี Nikkei 225 ปรับขึ้น 533.40 จุด หรือ 0.80% จากระดับปิดเมื่อวันศุกร์ มาอยู่ที่ 66,897.60 จุด ส่วนดัชนี Topix ปรับขึ้น 17.50 จุด หรือ 0.42% มาอยู่ที่ 4,146.09 จุด

ในตลาด Prime Market ซึ่งเป็นตลาดหลัก หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำตลาดได้แก่ กลุ่มเครื่องมือชั่งตวงวัด กลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า

ณ เวลา 09.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 157.43-44 เยน เทียบกับระดับ 157.22-32 เยนในตลาดนิวยอร์ก และ 158.09-11 เยนในตลาดโตเกียวเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันศุกร์ที่ผ่านมา

ณ เวลา 9.08 น. ตามเวลาประเทศไทย ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 66,395.87 จุด เพิ่มขึ้น 31.67 จุด, +0.05%

ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกส่วนใหญ่ปรับตัวลงท่ามกลางการซื้อขายอย่างระมัดระวังในวันจันทร์ เนื่องจากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้ในเร็ว ๆ นี้หรือไม่

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยกล่าวว่าการเจรจาจะดำเนินต่อไปในสัปดาห์นี้ แม้ว่าอิหร่านจะไม่มีทีท่าว่าจะลดข้อเสนอของตนลงก็ตาม

นักวิเคราะห์ระบุว่าสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีแนวโน้มที่จะทำให้ตลาดทั่วโลกยังคงมีความผันผวนในระดับสูง

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า Brent ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว 1.6% สู่ระดับ 106.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาปรับตัวขึ้นแล้วถึง 17% ในเดือนนี้ ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 1.1% สู่ระดับ 93.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ธนาคารกลางต่างๆ ได้ตอบสนองต่อผลของการปรับขึ้นของราคาน้ำมันต่อเงินเฟ้อด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยคาดว่าธนาคารกลางออสเตรเลียจะเป็นรายต่อไปที่จะดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดในการประชุมวันอังคารนี้

ขณะนี้ตลาดประเมินว่ามีโอกาส 66% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่สองในการประชุมเดือนตุลาคม และมีการคาดการณ์ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวมประมาณ 0.90% ในช่วงเวลาจนถึงปลายปีหน้า

ตลาดพันธบัตรอยู่ภายใต้แรงกดดันและกลับมาปรับตัวลงอีกครั้งหลังจากทรงตัวอยู่ช่วงสั้นๆ พันธบัตรระยะสั้นนำการปรับตัวลง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 2 ปี ซึ่งอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 4.90% อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 10 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐาน ปรับตัวขึ้น 4 จุด พันธบัตรของรัฐบาลญี่ปุ่นและออสเตรเลียก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน

ดัชนีหุ้นเอเชียของ MSCI ปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงลง 1.4% หลังจากตลาดกลับมาเปิดทำการอีกครั้งหลังวันหยุด

ตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ปรับตัวลงหลังจากมีการรายงานข้อมูลระบุว่าอัตราการเติบโตของกำไรภาคอุตสาหกรรมรายเดือนของจีนชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำสุด

ข้อมูลทางการระบุว่า กำไรภาคอุตสาหกรรมของจีนขยายตัว 4.2% เมื่อเทียบรายปีในเดือนสิงหาคม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผู้ผลิตต้องเผชิญกับภาวะอุปสงค์ของผู้บริโภคที่ยังคงซบเซาและต้นทุนด้านพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3.851.964 จุด ลดลง 36.41 จุด, -0.94%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 24,706.35 จุด เพิ่มขึ้น 196.26 จุด, +0.8%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,932.4 จุด ลดลง 148.52 จุด, -2.1%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 48,024.6 จุด ลดลง 132.69 จุด, -0.28%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 0.89 ดอลลาร์หรือ 0.96% ซื้อขายที่ 93.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 1.55 ดอลลาร์หรือ 1.49% ซื้อขายที่ 105.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–