HoonSmart.com>>บล.ดาโอ (ประเทศไทย) คาดแนวโน้มดัชนีหุ้นลดลงตามตลาดต่างประเทศ เผชิญแรงขายหุ้นเทคงบค่าใช้จ่ายพุ่ง สถานการณ์ตะวันออกกลางบานปลาย บอนด์ยีลด์เร่งขึ้นในรอบปี ด้านเงินบาทอ่อนค่า แนะเลี่ยง-เพิ่มความระมัดระวัง “หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า” รายบริษัทหนี้ต่างประเทสูง “กลุ่มสายการบิน” หุ้นเด่น SCB, AMATA, RATCH, HMPRO, TRUE, PTTEP, PTT

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) คาด SET Index มีแนวโน้มปรับตัวลง ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่เผชิญแรงขายหนักในกลุ่มเทคโนโลยี รวมถึงความกังวลต่อสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่บานปลายรุนแรงหลังกลุ่มฮูตีเปิดฉากโจมตีเรือในทะเลแดง หนุนราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 เหรียญ/บาร์เรล ซึ่งเป็นตัวเร่งความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) สหรัฐฯ ที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบปี แม้ตลาดหุ้นไทยจะได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) และหุ้นกลุ่มธนาคาร แต่ราคาหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดเริ่มเห็นสัญญาณ Selling Pressure ชัดเจน โดยเฉพาะ SET Ex-DELTA ที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง
ด้าน US Bond Yield 10 ปี พุ่งสูงสุดในรอบปีที่ 4.70% จากแรงกดดันเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ส่งผลให้ Fed อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น
หุ้น Big Tech ต่างประเทศร่วงหนัก หลังงบ Q2/69 และเป้า Capex พุ่ง
สำหรับมุมมองทางเทคนิค คาด SET แกว่งตัวผันผวนในกรอบจำกัด แนวรับ 1,627-1,634 จุด แนวต้าน 1,648-1,655 จุด
“ทิศทางตลาด ค่อนข้างชัดเจน ว่ากำลังเข้าสู่การปรับฐาน หลังดัชนีฯขึ้นชนเป้า 1,650 จุด โดยปัจจัยที่เร้าให้เกิดการขายหุ้น จะเป็นสถานการณ์ตะวันออกกลางและการขายหุ้น Tech ในตลาดต่างประเทศ และเมื่อดูจาก SET Index ที่ไม่รวมราคาหุ้น DELTA จะพบว่า ปรับตัวลงมา 2 วันติดต่อกัน โดยลดลงถึง 1.4% เป็นสัญญาณขายหุ้นตัวอื่นๆในตลาด แม้จะได้แรงบวกจากหุ้นธนาคารเข้ามาแล้วก็ตาม ก่อนหน้านี้ เราเคยมองว่า หากดัชนีฯ ปรับฐาน จะลงไปอยู่ในโซน 1600-1610 จุด (ปรับฐานในขาขึ้น อาจไม่รุนแรงนัก)”
บล.ดาโอ คาดสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านจะยังร้อนแรงไปอีกระยะหนึ่ง การที่กลุ่มฮูตีโจมตีเรือในทะเลแดง หากทำให้ซาอุฯเข้ามาร่วมสงครามครั้งนี้ หรือสหรัฐฯเพิ่มความเข้มข้นในการโจมตีอิหร่าน จะกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน แต่จะดีต่อหุ้นผู้ผลิตน้ำมัน (PTTEP) ส่วนปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมัน อาจไม่ได้ประโยชน์เหมือนในช่วงก่อนหน้านี้ เพราะราคาหุ้นเองขยับขึ้นมามาก อีกทั้ง อาจเจอภาวะ demand ที่ชะลอตัวหากสงครามกลับมารุนแรงอีกครั้ง
กลุ่มที่ต้องระวังจากปัจจัยบาทอ่อน หลีกเลี่ยงหรือเพิ่มความระมัดระวังในกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีหนี้ต่างประเทศสูง (GULF, BGRIM) และกลุ่มสายการบิน (AAV, BA) ที่ได้รับผลกระทบทั้งจากค่าเงินและต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น
พอร์ตหุ้นแนะนำ: เรานำ WHA*, TOP, GULF ออก และนำ SCB, AMATA* เข้ามาแทน หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย SCB (10%), AMATA* (10%), RATCH* (10%), HMPRO (10%), TRUE* (10%), PTTEP (10%), PTT* (10%)
หุ้นเด่น Technical : GUNKUL และ STA
