“ดาโอ” มองหุ้นเทคโลกฟื้น น้ำมันขึ้นหนุนกลุ่มอิเล็กฯ-พลังงานดัน SET ไปต่อ

HoonSmart.com>>บล.ดาโอ (ประเทศไทย) คาดทิศทาง SET วันนี้ แกว่งไซด์เวย์ แม้ฟันด์โฟลว์ชะลอตัวบ้างหลังซื้อติดต่อกัน 13 วันทำการ มองตลาดได้แรงหนุนหุ้นเทคทั่วโลกฟื้นตัว ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นหนุนกลุ่มพลังงาน หนุนดัชนีไปต่อแนวต้าน 1,658-1,663 จุด แนวรับ 1,642-1,648 จุด กลยุทธ์ลงทุนเน้นหุ้นแบงก์, กลุ่มพลังงานต้นน้ำ กลุ่มรับเหมาฯ-นิคมฯ หุ้นเด่นเทคนิคสวย PLANB, SMT

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) คาด SET Index จะแกว่งตัวในลักษณะ Sideway โดยดัชนีได้ปรับตัวขึ้นแตะเป้าหมายระยะสั้นของเราที่ 1,650 จุด และ แต่ประเมินว่าดัชนียังมีแรงไปต่อ บรรยากาศเชิงบวกจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก แม้ว่ากระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) อาจชะลอตัวลงบ้างหลังจากมีแรงซื้อติดต่อกันถึง 13 วันทำการ นอกจากนี้ยังคงต้องระมัดระวังความผันผวนจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ

สำหรับมุมมองทางเทคนิค SET แกว่งตัวผันผวนที่ยังมีระยะไปต่อ แนวต้าน 1,658-1,663 จุด แนวรับ 1,642-1,648 จุด

ด้านงบกลุ่มธนาคาร Q2/26 แข็งแกร่ง กำไรของกลุ่มแตะ 5.5 หมื่นล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมโดดเด่น โดยเฉพาะธุรกิจ Wealth Management นำโดย KKP ที่กำไรเติบโตเด่น ขณะที่ KBANK และ TTB มีผลดำเนินงานที่มั่นคงและมีนโยบายปันผลที่จูงใจ (High Yield / High Payout)

ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และกลุ่มเทคฯ ทั่วโลกฟื้นตัว ดัชนีหลักและหุ้นกลุ่มชิป (Nvidia, TSMC, Samsung) กลับมาบวกแรง หลังนักลงทุนสลับกลับมาซื้อหุ้น AI ในราคาที่ถูกลง (Dip buying) จากที่ถูกเทขายหนักในสัปดาห์ก่อน

จีนงัดมาตรการอุ้มตลาดหุ้น กองทุนแห่งชาติจีน เข้าซื้อ ETF หุ้นเทคโนโลยี (STAR 50) มูลค่ากว่า 1.38 หมื่นล้านหยวน หวังเรียกความเชื่อมั่นและพยุงตลาดจากแรงเทขาย

ทรัมป์ขู่ตั้งกำแพงภาษี 50% สำหรับสินค้านำเข้าจากแคนาดาบางรายการ (เช่น นม, อุปกรณ์ฮอกกี้) ซึ่งอาจสร้างความตึงเครียดทางการค้าระลอกใหม่
เจาะลึกข้อมูลผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย (Strategic Analysis)

สำหรับผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน หนุนราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นและ Spread ปิโตรเคมีขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) แต่จะเป็นแรงกดดันด้านต้นทุนต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า ท่องเที่ยว โรงแรม และค้าปลีก

“ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลก ยังอิงกับการขึ้น-ลง ของหุ้น Tech แบบรายวัน รวมไปถึง สถานการณ์รายวันของสงครามทั้ง 2 ภูมิภาค (ตะวันออกกลางและ รัสเซีย-ยูเครน) ซึ่งเป็นความเสี่ยงและความไม่แน่นอนต่อภาพรวมของการลงทุนในตลาดโลก ด้านตลาดหุ้นไทย ดัชนีฯ ก็เข้ามาอยู่ในโซนเป้าหมาย(สูงสุด) ในรอบนี้ของเราแล้ว คือ 1630-1650 จุด”

กลยุทธ์ลงทุน แม้ Fund Flow จะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่การที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทยสามารถโชว์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งจะเป็นแกนหลักในการประคองดัชนี แนะนำกลยุทธ์ “Selective Buy” ให้น้ำหนักกับหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (ปันผลสูง, งบสวย), กลุ่มพลังงานต้นน้ำที่ได้ป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากราคาน้ำมันที่อาจพุ่งขึ้นตามภูมิรัฐศาสตร์ และกลุ่มรับเหมาฯ-นิคมอุตสาหกรรมที่ได้แรงหนุนจากปัจจัยการขับเคลื่อนของภาครัฐ

นอกจากนี้คาดสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านจะยังร้อนแรงไปอีกระยะหนึ่ง ทำให้หุ้นกลุ่มน้ำมัน (ผู้ผลิต) ยังได้อานิสงส์ ต่อไปอีก หุ้นเด่นๆ ในเรื่องนี้หนีไม่พ้น PTTEP

พอร์ตหุ้นแนะนำ เราคงหุ้นเดิมไว้ทั้งหมด หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย MTC* (10%), OR (10%), WHA* (10%), TOP (10%), GULF* (10%), HMPRO (10%), TRUE* (10%), CRC (10%), PTTEP (10%), PTT* (10%)

หุ้นเด่น Technical : PLANB, SMT