“คิงส์ฟอร์ด”คาดหุ้นวันนี้ Sideway Up ชี้เป้าซื้อ TIDLOR-BAM

HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,630 – 1,640 จุด แนวต้าน 1,650 – 1,660 จุด คาดดัชนีอยู่ในกรอบ Sideway Up หลังความผันผวนกลุ่มเทค ฯ สหรัฐเริ่มลดลง ติดตามรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่มธนาคารต่อและผลประชุม ครม.หลังนายก ฯ เยือนจีน ด้านดาวโจนส์ปิดร่วง 307 จุด รองบกลุ่มเทคฯ หุ้นแนะนำ TIDLOR, BAM

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,630 – 1,640 จุด แนวต้าน 1,650 – 1,660 จุด คาดดัชนีอยู่ในกรอบ Sideway Up หลังความผันผวนในกลุ่มเทค ฯ สหรัฐเริ่มลดลง โดยนักลงทุนรอการรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แนะนำทยอยซื้อกลุ่มที่ประโยชน์จาก Direct PPA เช่น GULF,GPSC,,AMATA,WHA กลุ่มปันผลและปลอดภัย ADVANC,AP,SIRI,BDMS,BCH,CPN,BEM เก็งกำไรระยะสั้น DELTA,HANA,KCE ตามการฟื้นตัวของกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ

ประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ คือ ผลการประชุม ครม.หลังนายก ฯ เยือนจีนและสามารถดึงเม็ดเงินลงทุนในอุต ฯ ใหม่ มูลค่า 7.0 หมื่นล้านบาทและการรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่มธนาคาร

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐปิดวานนี้ DJIA -0.59%, S&P500 -0.19%, Nasdaq -0.05% จากแรงขายกลุ่มเฮลธ์แคร์ -1.15%, วัสดุ -0.94% หลังนักลงทุนกังวลต่อสถานการณ์ที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนประกาศใช้ ม.ปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุ ฯ ซึ่งจะกระทบต่อเส้นทางส่งออกน้ำมันของซาอุ ฯ ส่งผลให้กลุ่มพลังงาน +0.5% ขณะที่กลุ่มบริการสื่อสาร +0.74% ฟื้นตัวตามหุ้นกลุ่มชิปนำโดย Micron Tech +2%, AMD +1.6% และ Alphabet +1.5% ตอบรับข่าว Google กำลังพัฒนาชิปเซิร์ฟเวอร์ที่รวม Gemini ไว้ด้วยเพื่อประสิทธิภาพด้าน AI ประมวลผล โดยนักลงทุนยังรอการรายงานงบ Q2/69 ซึ่งทาง LSEG คาดกำไร Q2/69 ของ บจ.ใน S&P500 +23.7% YoY

สัปดาห์นี้ติดตามการรายงานงบของกลุ่มเทค ฯ เช่น Alphabet, Intel, IBM, Tesla, Texas Instruments และข้อมูล PMI ภาคผลิต & บริการสหรัฐ เบื้องต้น ก.ค., ADP จ้างภาคเอกชนรายสัปดาห์, ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และยอดขายบ้านใหม่สหรัฐ มิ.ย.

หุ้นแนะนำ TIDLOR* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 23.60 บาท) แนวโน้มกำไร 2Q69 เติบโต YoY หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิเติบโตตามสินเชื่อรวมและ NIM ขณะที่การตั้งสำรองลดลงสะท้อนคุณภาพสินเชื่อที่อยู่ในระดับแข็งแกร่ง สำหรับแนวโน้มปี 69 คาด QoQ ชะลอตัวจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและ ECL แต่ YoY ยังพอโตได้จาก NII และ non-NII ที่เพิ่มขึ้น

ส่วนแนวโน้มปี 69 บริษัทตั้งเป้าการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวม 5-10%YoY คุมระดับ Credit Cost 2.2-2.8% และได้ประโยชน์จาก NIM ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้อิงจาก consensus ปี 69-70 ตลาดคาดกำไรสุทธิ 5.66 พันล้านบาท +15%YoY และ 6.13 พันล้านบาท +8%YoY

หุ้น BAM* (ซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 7.61 บาท) แนวโน้มการดำเนินงานในช่วง 2Q69 มีโอกาสบวก QoQ จากการเก็บเงินสดที่ดีขึ้น รวมถึงการตั้งสำรองและ Cost of Fund ที่ลดลง ทั้งนี้ทางผู้บริหารBAM* วางเป้าหมายต่างๆในปี 2569 นี้ มีรายละเอียด คือ 1.การซื้อสินทรัพย์ NPL / NPA เข้าพอร์ตในครึ่งปีหลังนี้ที่ราว 10,000 – 20,000 ล้านบาท (จาก 1H69 ซื้อแล้ว 10,000 ล้านบาท) 2.ผลเรียกเก็บเงินสดรวม 17,900 ล้านบาท แบ่งเป็น NPL 10,000 ล้านบาท และ NPA ราว 7,900 ล้านบาท 3.การตั้งสำรองหนี้ปรับตัวลดลงเหลือ 1,000 ล้านบาท 4. Cost of Fund ที่ราว 3.0% (จากเดิมราว 3.5%)และ 5.กำไรที่ราว 2,000 ล้านบาท

ปัจจุบันตลาดคาดว่าในปี 69 และ 70 กำไรสุทธิของ BAM* จะอยู่ที่ 1,695 ล้านบาท(-6%YoY) และ 1,838 ล้านบาท(+8%YoY) ในเชิง Valuation ยังดูน่าสนใจ โดยอิงจาก Consensus ปี69Forward PEที่ 14x, PBV ที่ 0.5x และ Dividend Yield ที่ 6%

 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–