HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด วางแนวรับดัชนีวันนี้ 1,620 – 1,627 จุด แนวต้าน 1,640 – 1,645 จุด คาดดัชนีทรงตัวในกรอบ ระวังความผันผวนหุ้นกลุ่มชิป และรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แนะนำทยอยซื้อกลุ่มได้ประโยชน์จาก Direct PPA กลุ่มปันผลสูง หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ SAWAD, MAGURO

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,620 – 1,627 จุด แนวต้าน 1,640 – 1,645 จุด คาดดัชนีทรงตัวในกรอบ แต่ต้องระวังความผันผวนหุ้นกลุ่มชิป และรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แนะนำทยอยซื้อกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก Direct PPA เช่น GULF,GPSC,,AMATA,WHA และพักเงินในกลุ่ม Dividend & Defesive เช่น AP, SIRI, BDMS, BCH, CPN, CPNREIT
ภาพรวมดัชนี SET วานนี้ ได้ปัจจัยจาก Fund Flow ต่างชาติที่สลับออกจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปที่เทรดบน Valuation ค่อนข้างแพง และกังวลต่ออุปสงค์ระยะสั้นของชิปเซมิคอนดักเตอร์อาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ดังนั้นจึงมีเม็ดเงินสลับเข้ามาสู่หุ้นกลุ่ม Dividend & Defensive Play ของไทย ซึ่งเทรดบนระดับเพียง 13 เท่า (ในกรณีไม่รวม DELTA) และ SET มีอัตราจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยอยู่ที่ 3.9%
ประเด็นที่ต้องตามในสัปดาห์หน้า คือ การรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ วันจันทร์ TTB,KKP,BBL และอังคาร KBANK,SCB,KTB ซึ่งคาดกำไรมีแนวโน้มทรงตัว QoQ, YoY
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐปิดวานนี้ DJIA -0.20%, S&P500 -0.51%, Nasdaq -1.47% นำโดยกลุ่มเทค ฯ -1.8%, เซมิคอนฯ -4.3% TSMC -2.3% แม้ว่าจะรายงานกำไร Q2/69 +77% YoY ส่งผลให้ SanDisk, Western Digital และ Intel ปรับลดลงด้วย ส่วน Alphabet -4% หลังบริษัทเลื่อนเปิดตัว Gemini 3.5 Pro ส่วน United Airline -1.8% หลังบริษัทกังวลต่อราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น จะส่งผลกระทบด้านต่อกำไรในปีนี้ ขณะที่กลุ่มบริการสุขภาพปรับขึ้น นำโดย UnitedHealth +1.2% ตอบรับกำไร Q2/69 ดีกว่า และปรับเพิ่มคาดกำไรปีนี้ขึ้น
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ยอดค้าปลีกสหรัฐ มิ.ย. +0.2% & พ.ค. +0.1% MoM และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 8,000 อยู่ที่ 208,000 ต่ำกว่าคาดที่ 219,000 ราย โดยนักลงทุนยังรอการรายงานงบ Q2/69 ซึ่งทาง LSEG คาดกำไร Q2/69 ของ บจ.ใน S&P500 +23.7% YoY และ
สัปดาห์หน้าติดตามการรายงานงบของกลุ่มเทค ฯ เช่น Alphabet, Intel, IBM, Texax Instruments และ Tesla
หุ้นแนะนำ SAWAD* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 30.00 บาท) แนวโน้ม 2Q69 คาดกำไรปกติเติบโต YoY จากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงจากการ rollover หุ้นกู้ ส่วนปี 69 บริษัทตั้งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อรวมราว 10-15% (เน้นสินเชื่อจำนำทะเบียน) ส่วน credit cost ลดลงอยู่ในกรอบ 1.8% NPL ลดลงจากการตัดหนี้สูญสินเชื่อเช่าซื้อไปมากแล้ว รวมถึงทยอยลดผลขาดทุนจากรถยึดลง ประกอบกับคาดต้นทุนทางการเงินบริษัทลดลงตามทิศทางดอกเบี้ยและรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ใหม่ ส่งผลให้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 5.47 พันล้านบาท +9%YoY และ 6.06 พันล้านบาท +11%YoY
หุ้น MAGURO* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 24.10 บาท) ธุรกิจร้านอาหารมีความคาดหวังจาก Multiple Effect หลังเดือน มิ.ย.69 เริ่มใช้จ่าย “ไทยช่วยไทยพลัส” ส่วนกำไรสุทธิ 1Q69 ของ MAGURO* อยู่ที่ 34 ล้านบาท (+5%YoY, -25%QoQ) อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล ขณะที่ภาพ YoY แม้ SSSG -0.8% แต่มีแรงหนุนจากสาขา/แบรนด์ใหม่ๆ เช่น KIWAMIYA
ด้านการดำเนินงานปกติในช่วง 2Q69ยังมีโอกาสบวก YoY ได้ต่อเนื่องหนุนด้วยแบรนด์ใหม่ปีนี้นำโดย IPPE KOPPE และ Chopman ทั้งนี้ MAGURO* วางเป้ารายได้ปี69 +30%YoY และเป้าขยายสาขาไม่ต่ำกว่า 15 ร้าน ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิ MAGURO* ปี69 และ70 ที่ 159 ล้านบาท (+7%YoY) และ 204 ล้านบาท (+28%YoY) ตามลำดับ

