HoonSmart.com >> บล.กสิกรไทย ยก “CREDIT” เพชรที่ยังอยู่ในหิน แนะนำ “ซื้อ” เคาะเป้า 36 บาท มองแบงก์เฉพาะทางสินเชื่อ SME ที่เติบโตสูงและมีศักยภาพในการดําเนินงานแข็งแกร่ง

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ ธนาคารไทยเครดิต ( CREDIT) โดยมองเป็นเพชรที่ยังอยู่ในหิน แนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมาย 36 บาท (ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ 60%) มองว่าหุ้นมีมูลค่าที่น่าสนใจมาก
เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบัน 22.6 บาท คิดเป็น PER ปี 2569/70 เพียง 6.3 เท่า /5.8 เท่า และ P/BV ที่ 0.94 เท่า/0.84 เท่า ถือว่าตํ่ามาก เมื่อเทียบกับ ROE ที่คาดว่าจะอยู่ในระดับสูง ที่ 15.8% /15.1%
ราคาเป้าหมาย 36 บาท คิดเป็น PER ปี 2569/70 ที่ 10.0 เท่า /9.4 เท่า และ P/BV ที่ 1.5 เท่า/1.3 เท่า
แม้ CREDIT จะมี ROE ใกล้เคียงกับ TISCO แต่ยังซื้อขายที่ส่วนลดด้านมูลค่าอย่างมีนัยสําคัญ (โดย TISCO ซื้อขายที่ P/BV ปี 2569 ราว 2.2 เท่า)
ปัจจัยที่อาจหนุนให้มูลค่าหุ้นได้รับการประเมินใหม่ (re-rating) ได้แก่ ความเชื่อมั่นของตลาดที่เพิ่มขึ้น ต่อความสามารถในการบริหารความเสี่ยงของสินเชื่อ SME ที่มีความเสี่ยงสูง การปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล และการเพิ่มขึ้น ของสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนในตลาด
บทวิเคราะห์ เชื่อว่า CREDIT เป็นธนาคารเฉพาะทางสินเชื่อ SME ที่เติบโตสูงและมีศักยภาพในการดําเนินงานแข็งแกร่ง มุ่งเน้นการให้สินเชื่อแก่กลุ่ม Micro-SME ซึ่งยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน และเป็นกลุ่มที่ธนาคารขนาดใหญ่ ทยอยลดการปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากมองว่า มีความเสี่ยงสูง แม้จะดําเนินธุรกิจในกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากกว่า
แต่ CREDIT สามารถรักษาคุณภาพสินทรัพย์ได้อย่างแข็งแกร่งโดย credit cost ลดลงมาอยู่ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคาร ที่ประมาณ 1.5% ขณะที่อัตราส่วนหนี้ ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL ratio) ยังคงทรงตัว
นอกจากนี้ CREDIT ยังสร้างการเติบโตของสินเชื่อ ได้อย่างโดดเด่นที่ 13.6% และ 11.6% ในปี 2567 และ 2568 ตามลําดับสวนทางกับพอร์ตสินเชื่อ SME ของกลุ่มธนาคารโดยรวมที่หดตัวลง
► TCGC สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน และช่วยลดความเสี่ยงด้านเครดิต CREDIT ใช้การค้ำประกันของ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (TCGC) เพื่อขยายการปล่อยสินเชื่อ SME ควบคู่กับการลดความเสียหายหากเกิดการผิดนัดชําระหนี้ TCGC
► ความสามารถทํากําไรโดดเด่น ด้วย ROE สูงกว่าคู่แข่ง แม้ CREDIT จะมุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อให้แก่กลุ่ม SME ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่า แต่ด้วยการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต ที่มีประสิทธิภาพ ทําให้ธนาคารสามารถรักษาคุณภาพสินทรัพย์ไว้ได้พร้อมสร้าง ROE ในระดับ 15–16% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคาร ที่ประมาณ 10% อย่างมีนัยสําคัญ โมเดลธุรกิจที่มุ่งเน้นสินเชื่อ SME ยังช่วยให้ CREDIT มีอัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อในระดับสูง โดยโครงสร้างที่ประมาณ 10% เทียบกับราว 4–6% ของธนาคารอื่น และมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ประมาณ 7% เทียบกับราว 3–4% ของธนาคารอื่น ขณะที่ยังสามารถรักษา credit cost ไว้ที่ประมาณ 1.5% ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคาร
► ยังอยู่ในช่วงการเติบโตสูง แตกต่างจากธนาคารอื่น มองว่า CREDIT ยังคงอยู่ในช่วงการเติบโตสูงต่างจากธนาคาร ที่การเติบโตของสินเชื่อชะลอลงมาอยู่ในระดับเลขหลักเดียวต่ำ โดยคาดว่า CREDIT จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ของกําไรปกติในช่วง 3 ปีข้างหน้าที่ 10.5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารที่ 3.3% อย่างมีนัยสําคัญ จากการเติบโตเฉลี่ยของสินเชื่อที่ 11% เทียบกับเพียง 0.6% ของกลุ่มธนาคาร
อย่างไรก็ตาม CREDIT มีอัตราการจ่ายเงินปันผลเพียง 30% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ของกลุ่มธนาคารที่ 67% แต่เรามองว่าเป็นระดับที่เหมาะสม เนื่องจาก CREDIT ยังอยู่ในช่วงการเติบโต มี ROE ที่แข็งแกร่ง และมีโอกาสนํากําไรกลับไปลงทุนเพื่อรองรับการขยายตัวของสินเชื่อในอนาคต
