HoonSmart.com>>”ตลาดหุ้นโตเกียว-เอเชีย” เช้านี้ปรับตัวลดลง แรงขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ร่วงทั้งภูมิภาค ตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ ต่อเนื่องจากแรงเทขายหุ้นผู้ผลิตชิปในสหรัฐฯ นักลงทุนเริ่มไม่แน่ใจมากขึ้นว่าการพุ่งขึ้นของราคาหุ้นที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะสอดคล้องกับการประเมินมูลค่าที่สูงเกินจริงได้หรือไม่
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ (16 กรกฎาคม 2569) ปรับตัวลง โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ร่วงลงตามทิศทางหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลงเมื่อคืนที่ผ่านมา ประกอบกับมีแรงเทขายเพื่อทำกำไรหลังจากที่ดัชนีปรับตัวขึ้นติดต่อกันมาสองวันก่อนหน้านี้
เวลา 10:20 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลดลง 2,160.10 จุด หรือ 3.14% จากระดับปิดของวันพุธ มาอยู่ที่ 66,591.41 จุด ส่วนดัชนี Topix ปรับตัวลดลง 53.95 จุด หรือ 1.32% มาอยู่ที่ 4,034.17 จุด
ตลาดหุ้นได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยหุ้น Advantest ปรับตัวลดลง 7.1% มาอยู่ที่ 29,260 เยน และหุ้น Tokyo Electron ลดลง 6.1% มาอยู่ที่ 69,720 เยน
ในตลาดหลัก (Prime Marekt) หุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดได้แก่ หุ้นกลุ่มโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ
ณ เวลา 9.52 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 66,796.79 จุด ลดลง 1,954.72 จุด, -2.84%
ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอยู่ในแดนลบจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ร่วงลงทั่วทั้งภูมมิภาค โดยได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากแรงเทขายหุ้นผู้ผลิตชิปในสหรัฐฯ ที่ลุกลามมายังภูมิภาคนี้ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มไม่แน่ใจมากขึ้นว่าการพุ่งขึ้นของราคาหุ้นที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะสอดคล้องกับการประเมินมูลค่าที่สูงเกินจริงได้หรือไม่
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญสำหรับการลงทุนในกลุ่ม AI ปรับตัวลดลงแรงถึง 7.3% โดยมีหุ้น SK Hynix Inc. และ Samsung Electronics Co. เป็นตัวฉุดตลาด ก่อนที่จะถึงวันหยุดทำการในกรุงโซลในวันศุกร์นี้ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ประธานคณะกรรมาธิการบริการทางการเงิน (FSC) ของเกาหลีใต้ระบุว่า ทางการเตรียมประกาศมาตรการรับมือกับประเด็นถกเถียงเรื่องกองทุน ETF แบบใช้เลเวอเรจ (leveraged ETFs) ที่อิงกับหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป ซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความผันผวนในตลาด
นักลงทุนยังคงมีท่าทีระมัดระวังต่อกลุ่มอุตสาหกรรมชิป หลังจากมีรายงานข่าวจาก The Information ว่า ASML Holdings NV บริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นบริษัทหลักในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ มีแผนที่จะปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ หลังจากที่บริษัทได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายประจำปีเป็นครั้งที่สองของปี นักลงทุนต่างจับตามองการรายงานผล ประกอบการของ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ที่จะออกมาในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับการขยายตัวของเทคโนโลยี AI
หุ้น SK Hynix ยังคงมีความผันผวนอย่างหนักนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคาหุ้น SK Hynix ในตลาดเกาหลีใต้ร่วงลงกว่า 11% ซึ่งเป็นการพลิกกลับจากที่เคยพุ่งขึ้น 8% ในการซื้อขายรอบก่อนหน้า ทั้งนี้ หุ้น SK Hynix เพิ่งทำสถิติร่วงลงหนักที่สุดในวันเดียวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนเทขายเพื่อทำกำไรท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับงบประมาณการใช้จ่ายด้าน AI
ทางด้านคู่แข่งในประเทศอย่าง Samsung Electronics ปรับตัวลดลงกว่า 7% ส่วน Seoul Semiconductor ร่วงลงกว่า 5%, LG Innotek ลดลงประมาณ 1% และ Samsung SDI ปรับตัวลงกว่า 2%
ภาวะการซื้อขายที่ซบเซายังลุกลามไปทั่วภูมิภาค โดยในญี่ปุ่น หุ้น Advantest ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ร่วงลง หุ้น SoftBank Group ปรับตัวลงเกือบ 7% และ Renesas Electronics ปรับตัวลง 4%
นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่ปับขึ้นก็กดดันตลาด ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ยังปรับตัวสูงขึ้นเป็นวันที่สี่ติดต่อกัน แตะระดับใกล้ 85.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหม่ต่ออิหร่าน การโจมตีครั้งล่าสุดนี้ยิ่งเพิ่มความกังวลว่าความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานมากยิ่งขึ้น
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,931.481 จุด ลดลง 24.097 จุด, -0.61%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,110.54 จุด เพิ่มขึ้น 429.44 จุด, +1.74%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,824.04 จุด ลดลง 460.37 จุด, -6.32%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 45,401.32 จุด ลดลง 230.27 จุด, -0.5%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือ 0.72% 80.17 ซื้อขายที่ ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.42 ดอลลาร์ หรือ 0.49% ซื้อขายที่ 85.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

